สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เผยแพร่รายงาน คาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ จะอยู่ที่ 4.6% หลังจากนั้น อัตราการเติบโตจะลดลงต่อเนื่อง และอยู่ที่ 3.5% ภายในปี 2571
Timely, decisive, and coordinated policies are needed to boost confidence and near-term prospects, as well as mitigate risks. https://t.co/Jcdje3YSSw
— IMF (@IMFNews) February 2, 2024
ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟให้เหตุผลเกี่ยวกับ ผลิตภาพการผลิตที่อ่อนตัว และการที่จีนซึ่งเป็นประเทศมีประชากรมากที่สุดอันดับสองของโลก รองจากอินเดีย และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐ เผชิญกับภาวะสังคมผู้สูงอายุด้วย และอุปสงค์ภายนอกที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ “เพิ่มความเสี่ยงระดับสูง” ให้กับแนวโน้มทางเศรษฐกิจ
The IMF has just published its annual assessment of the Chinese economy. Here are our 3 key takeaways on growth in 2024, challenges in the property sector, and long-term potential. pic.twitter.com/7n0yPQw5fx
— IMF (@IMFNews) February 3, 2024
นอกจากนี้ วิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งยังคงกัดกร่อนเศรษฐกิจของจีนอย่างต่อเนื่องในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อกลไกทางเศรษฐกิจของจีนอย่างมาก เนื่องจากเป็นภาคส่วนที่ยังคงก่อหนี้สินไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะสถานการณ์ของบริษัทเอเวอร์แกรนด์ หนึ่งในยักษ์ใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์จีน ที่ตอนนี้มีหนี้สินพอกพูนมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10.6 ล้านล้านบาท) เทียบเท่า 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีน
อนึ่ง จีดีพีจีนขยายตัว 5.2% เมื่อปีที่แล้ว แม้เกินกว่าเป้าหมายของรัฐบาล และเป็นสถิติที่ดีกว่ามาก เมื่อเทียบกับสถิติของปี 2565 ซึ่งจีดีพีปีนั้นขยายตัวที่ระดับ 3.0% แต่ยังคงเป็นผลงานทางเศรษฐกิจย่ำแย่ที่สุดอีกครั้งของจีน นับตั้งแต่ปี 2533 โดยไม่รวมช่วงเวลาการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19.
เครดิตภาพ : AFP



