สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เผยแพร่รายงาน คาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปีนี้ จะอยู่ที่ 4.6% หลังจากนั้น อัตราการเติบโตจะลดลงต่อเนื่อง และอยู่ที่ 3.5% ภายในปี 2571


ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟให้เหตุผลเกี่ยวกับ ผลิตภาพการผลิตที่อ่อนตัว และการที่จีนซึ่งเป็นประเทศมีประชากรมากที่สุดอันดับสองของโลก รองจากอินเดีย และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกรองจากสหรัฐ เผชิญกับภาวะสังคมผู้สูงอายุด้วย และอุปสงค์ภายนอกที่ลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ “เพิ่มความเสี่ยงระดับสูง” ให้กับแนวโน้มทางเศรษฐกิจ


นอกจากนี้ วิกฤติภาคอสังหาริมทรัพย์ซึ่งยังคงกัดกร่อนเศรษฐกิจของจีนอย่างต่อเนื่องในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อกลไกทางเศรษฐกิจของจีนอย่างมาก เนื่องจากเป็นภาคส่วนที่ยังคงก่อหนี้สินไม่หยุดหย่อน โดยเฉพาะสถานการณ์ของบริษัทเอเวอร์แกรนด์ หนึ่งในยักษ์ใหญ่ของวงการอสังหาริมทรัพย์จีน ที่ตอนนี้มีหนี้สินพอกพูนมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 10.6 ล้านล้านบาท) เทียบเท่า 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีน


อนึ่ง จีดีพีจีนขยายตัว 5.2% เมื่อปีที่แล้ว แม้เกินกว่าเป้าหมายของรัฐบาล และเป็นสถิติที่ดีกว่ามาก เมื่อเทียบกับสถิติของปี 2565 ซึ่งจีดีพีปีนั้นขยายตัวที่ระดับ 3.0% แต่ยังคงเป็นผลงานทางเศรษฐกิจย่ำแย่ที่สุดอีกครั้งของจีน นับตั้งแต่ปี 2533 โดยไม่รวมช่วงเวลาการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19.

เครดิตภาพ : AFP