สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล สั่งให้กองทัพวางแผนและนำเสนอแผนการอพยพประชาชนออกจากเมืองราฟาห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เพื่อยกระดับปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มฮามาส


เนทันยาฮูกล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งต้องอพยพประชาชนให้ออกไปจากพื้นที่ เนื่องจากปฏิบัติการ “จะมีความรุนแรง” เพื่อนำไปสู่การมีชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเหนือกลุ่มฮามาส “ภายในเวลาอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า”


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยืนยัน “ไม่สนับสนุน” ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเมืองราฟาห์ ซึ่งไม่เพียงเป็นจุดผ่านแดนเพียงแห่งเดียว ระหว่างอียิปต์กับฉนวนกาซา แต่ปัจจุบัน มีผู้ลี้ภัยมากกว่า 1.5 ล้านคน อาศัยกันอยู่อย่างหนาแน่น และสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในพื้นที่อยู่ในระดับย่ำแย่ ดังนั้น ปฏิบัติการทางทหารมีแต่จะนำไปสู่ความหายนะ


ด้านกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ ว่าหากกองทัพอิสราเอลปฏิบัติการจู่โจมที่เมืองราฟาห์จริง จะทำให้ “มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บนับหมื่นคน”


ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ผู้นำอิสราเอลเพิ่งปฏิเสธข้อเสนอล่าสุดของกลุ่มฮามาส ซึ่งยื่นผ่านกาตาร์และอียิปต์ ขอให้การหยุดยิงครั้งใหม่แบ่งเป็น 3 ขั้น รวมระยะเวลา 135 วัน โดยระยะแรกจะใช้เวลา 45 วัน และจะมีการปล่อยตัวประกันควบคู่ไปกับการแลกเปลี่ยนนักโทษออกมาเป็นระยะ ซึ่งนายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ เตือนเนทันยาฮู “ไม่ควรแสดงออกในทางใดก็ตาม ที่อาจยิ่งเป็นการสุมไฟความขัดแย้ง”.

เครดิตภาพ : AFP