สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน เมื่อวันที่ 14 ก.พ. ว่า นายเชห์บาซ ชารีฟ น้องชายของของอดีตนายกรัฐมนตรีนาวาซ ชารีฟ แถลงในฐานะประธานพรรคสันนิบาตมุสลิมปากีสถาน-นาวาซ (พีเอ็มแอล-เอ็น) ว่าบรรลุข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสม ร่วมกับพรรคประชาชนปากีสถาน (พีพีพี) ของนายพิลาวัล บุตโต บุตรชายของอดีตนายกรัฐมนตรีเบนาซีร์ บุตโต และพรรคการเมืองขนาดเล็กอีกหลายพรรค
A delegation from PML-N, under the leadership of Shehbaz Sharif, met with Honourable President Asif Ali Zardari, Chairman @BBhuttoZardari , and other PPP leaders at Bilawal House in Lahore. Discussions centered on various governance matters, setting the stage for further… pic.twitter.com/QAsf3xQLAg
— Faraz Abid Lakhani (@farazalakhani) February 11, 2024
ทั้งนี้ เชห์บาซ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีปากีสถาน ระหว่างปี 2565-2566 ก่อนยุบสภาและจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา กล่าวว่า พยายามเจรจากับพรรคเตห์รีค-อี-อินซาฟ (พีทีไอ) ของนายอิมราน ข่าน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกแบนจากการเลือกตั้งครั้งนี้ “เพื่อความสมานฉันท์” แต่ไม่มีความคืบหน้ามากนัก ด้านพรรคพีเอ็มแอล-เอ็น ออกแถลงการณ์เพิ่มเติมหลังจากนั้น ยืนยันการเสนอชื่อ เชห์บาซ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ด้านข่านซึ่งอยู่ในเรือนจำตั้งแต่เดือน ส.ค. ปีที่แล้ว กล่าวระหว่างการขึ้นศาลครั้งล่าสุด ว่าจะไม่ร่วมมือกับทั้งพรรคพีเอ็มแอล-เอ็น และพรรคพีพีพี ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า เชห์บาซต้องการให้พี่ชาย คือ นาวาซ กลับคืนสู่อำนาจทางการเมืองอีกครั้ง หลังลี้ภัยในต่างประเทศมานาน แต่นาวาซต้องการให้น้องชายทำหน้าที่บริหารประเทศอีกครั้ง
Nawaz Sharif nominated Shehbaz Sharif for the post of Prime Minister.#SamaaTV #News #PMLN #ShehbazSharif pic.twitter.com/vQVhZkFxHJ
— SAMAA TV (@SAMAATV) February 13, 2024
อนึ่ง ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ ปรากฏว่า ผู้สมัครอิสระซึ่งมีความเชื่อมโยงกับพรรคพีทีไอของข่าน ได้รับการเลือกตั้งเข้ามามากที่สุด 101 ที่นั่ง ตามด้วยพรรคพีเอ็มแอล-เอ็น 75 ที่นั่ง และพรรคพีพีพี 54 ที่นั่ง ส่วนที่เหลือเป็นของพรรคการเมืองขนาดกลาง พรรคขนาดเล็ก และผู้สมัครอิสระคนอื่น
ขณะที่มวลชนฝ่ายสนับสนุนพรรคพีทีไอ จัดการชุมนุมตามเมืองใหญ่หลายแห่ง เพื่อประท้วงการนับและเผยแพร่ผลคะแนนที่ล่าช้ากว่ากำหนด จนมีการปะทะอย่างดุเดือดกับตำรวจ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์ “สนับสนุนเสรีภาพในการชุมนุม” และเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง.
เครดิตภาพ : AFP



