สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 19 ก.พ. ว่า พล.ท.เบนนี กันต์ซ อดีต รมว.กลาโหมอิสราเอล ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีสงคราม กล่าวว่า กองทัพอิสราเอลจะร่วมบริหารจัดการกับสหรัฐและอียิปต์ ในการอพยพประชาชนออกจากเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอันตรายต่อพลเรือนให้มากที่สุด


ทั้งนี้ มีการประเมินจำนวนประชาชนในเมืองราฟาห์สูงกว่า 2.5 ล้านคน จากจำนวนดังกล่าว รวมถึงประชาชนราว 1.5 ล้านคน ซึ่งอพยพมาจากภาคเหนือของฉนวนกาซา ที่กองทัพอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีเพื่อทำลายล้างกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566


อย่างไรก็ตาม พล.ท.กันต์ซ ยังคงยืนยัน ว่าปฏิบัติการโจมตีภาคพื้นดินที่เมืองราฟาห์ “มีความจำเป็น” เพื่อกวาดล้างสมาชิกกลุ่มฮามาสที่ยังคงหลงเหลืออยู่ ดังนั้น การที่ฝ่ายใดก็ตามเรียกร้องให้อิสราเอลล้มเลิกแผนการนี้ เท่ากับเป็นการยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้แก่อิสราเอล


พล.ท.กันต์ซ กล่าวว่า เดือนรอมฎอนจะเริ่มช่วงกลางเดือน มี.ค. นี้ “ทางเลือก” ของกลุ่มฮามาส คือ การยอมแพ้และปล่อยตัวประกันที่ยังเหลืออีกราว 130 คน เพื่อให้การถือศีลอดและการเฉลิมฉลองช่วงเวลานี้ “เป็นไปอย่างราบรื่น” มิเช่นนั้น กองทัพอิสราเอลจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารภาคพื้นดินในเมืองราฟาห์


อีกด้านหนึ่ง นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวถึงการที่ประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล กล่าวว่า อิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชาชนในฉนวนกาซา ไม่ต่างอะไรกับการที่นาซีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ว่าการเปรียบเทียบแบบนี้ “เป็นการล้ำเส้น”.

เครดิตภาพ : AFP