เมื่อวันที่ 10 พ.ค. นายจิรวัฒน์ จังหวัด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมเดินหน้า โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ชุมพร–ระนอง มูลค่าประมาณ 1 ล้านล้านบาท ว่า โครงการนี้เป็นเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่ที่อาจผูกพันงบประมาณและอนาคตภาคใต้ไปอีกหลายสิบปี รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเปิดข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบก่อนเดินหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนเรื่องเอกชนร่วมลงทุน รูปแบบ PPP และสมมุติฐานด้านปริมาณสินค้า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีเอกชนรายใดที่ยืนยันจะเข้ามาลงทุนอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เพียงการแสดงความสนใจหรือเข้าร่วมโรดโชว์ ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้สรุปรูปแบบการลงทุนเพื่อเปิดประมูลอย่างชัดเจน จึงไม่ควรสื่อสารกับประชาชนเหมือนว่าโครงการนี้มีเอกชนพร้อมรับภาระแล้วทั้งหมด
“รัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่า วันนี้มีเอกชนรายใดยืนยันลงทุนจริงหรือไม่ รูปแบบ PPP เป็นอย่างไร เอกชนรับความเสี่ยงด้านปริมาณสินค้าเองหรือไม่ หรือสุดท้ายรัฐต้องรับภาระเวนคืน ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และอาจต้องรับช่วงต่อหากเอกชนถอนตัวกลางทาง” นายจิรวัฒน์ กล่าว
รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลจะให้เอกชนร่วมลงทุนจริง ควรกำหนดหลักประกันสัญญาอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางเงินค้ำประกันในสัดส่วนที่สูงเพียงพอ เช่น อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่าส่วนที่เอกชนรับผิดชอบ เพื่อป้องกันปัญหาโครงการล่าช้า ล้มเหลว หรือทิ้งงานกลางทาง เพราะโครงการระดับ 1 ล้านล้านบาท หากเริ่มแล้วล้ม รัฐจะถอยก็ยาก แต่ถ้าเดินต่อ ก็แพง สุดท้ายประชาชนอาจต้องเป็นคนจ่าย และอีกประเด็นสำคัญคือ สมมุติฐานด้านปริมาณตู้สินค้าและความต้องการของสายเรือ รัฐบาลต้องเปิดเผยว่าตัวเลขที่ใช้คำนวณความคุ้มค่าเกิดจากข้อมูลจริงหรือการคาดการณ์ในแง่ดีเกินไป เพราะหัวใจของแลนด์บริดจ์ คือการดึงเรือและตู้สินค้าระหว่างประเทศให้เปลี่ยนจากเส้นทางเดิมมาใช้ระบบขนถ่ายผ่านไทย ซึ่งมีต้นทุนยกตู้ขึ้น–ลง ต้นทุนเวลา และความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์เพิ่มขึ้น
“รัฐบาลต้องบอกประชาชนว่าสายเรือรายใดต้องการใช้เส้นทางนี้จริง มีหนังสือแสดงความต้องการใช้บริการหรือไม่ และตัวเลขปริมาณตู้สินค้าที่นำมาใช้คำนวณความคุ้มค่านั้นตั้งอยู่บนสมมุติฐานใด ถ้าดีมานด์ถูกประเมินสูงเกินจริง โครงการก็จะดูคุ้มเฉพาะบนกระดาษ” นายจิรวัฒน์ กล่าว
นายจิรวัฒน์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลสำคัญอย่างน้อย 8 เรื่อง ได้แก่ 1.รายชื่อหรือสถานะของเอกชนที่แสดงความสนใจลงทุนอย่างเป็นทางการ 2.ระดับความผูกพันของเอกชนดังกล่าว เป็นเพียงความสนใจหรือมีข้อผูกพันจริง 3.รูปแบบ PPP ที่จะใช้ และการแบ่งความเสี่ยงระหว่างรัฐกับเอกชน 4.เงื่อนไขหลักประกันสัญญา รวมถึงการวางเงินค้ำประกันของเอกชน 5.สมมุติฐานปริมาณตู้สินค้าและสัดส่วนเรือที่จะเปลี่ยนมาใช้แลนด์บริดจ์ 6.การเปรียบเทียบต้นทุนจริงกับการเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกา 7.ภาระเวนคืนที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และงบประมาณที่รัฐต้องลงทุน 8.แผนรองรับกรณีเอกชนไม่ลงทุน ล่าช้า หรือถอนตัวกลางทาง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คัดค้านการพัฒนาภาคใต้ แต่โครงการระดับ 1 ล้านล้านบาท ต้องตอบคำถามให้ครบก่อนเดินหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามพื้นฐานว่าใครลงทุน ใครใช้ ใครได้ประโยชน์ และหากโครงการไม่เป็นไปตามคาด ใครเป็นคนจ่าย
“เงิน 1 ล้านล้านบาทไม่ควรถูกใช้บนสมมุติฐานที่ยังตอบไม่ครบ รัฐบาลต้องเปิดข้อมูลก่อนว่าใครลงทุน ใครใช้ ใครได้ประโยชน์ และถ้าโครงการไม่เป็นไปตามคาด ใครเป็นคนจ่าย หากผลการศึกษาผิดตั้งแต่ต้น และประเมินแล้วไม่มีคนมาใช้จริง ประเทศไทยก็ไม่ควรเริ่มโครงการตั้งแต่แรก” นายจิรวัฒน์ กล่าว.



