นายพชร นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษาประจำประธาน กสทช. ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำประธาน กสทช. ด้านเทคโนโลยี พัฒนาธุรกิจ และนโยบายภาครัฐ เปิดเผยว่า กสทช. ได้ดำเนินการตรวจสอบ บริษัท โอทาโร เวิลด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เรียกตรงระหว่างประเทศ (ไอดีดี) เนื่องจากพบว่า มีทราฟฟิกของบริษัทฯ ส่งไปยังผู้ให้บริการรายอื่นๆ โดยใช้หมายเลขโทรศัพท์ 2-111-1111 และ 2-777-7777 ซึ่งคล้ายกับหมายเลขโทรศัพท์ ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์

“การตรวจสอบ กสทช. พบว่า บริษัทดังกล่าวได้รับ วอยซ์โอเวอร์ไอพี หรือ วีโอไอพี ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต จากบริษัทคู่ค้าในต่างประเทศ 2 ราย ได้แก่ 1. บริษัท SNI COMMUNICATION PRIVATE LIMITED และ 2. บริษัท CREATIVE GLOBAL NETWORKS PTE.LTD. ซึ่งเป็นหมายเลขของประเทศแอฟริกาใต้ ขึ้นต้นด้วย 27 เมื่อนำทราฟฟิกเข้ามาในประเทศไทย มีกระบวนการต่อมาคือเพิ่มเลข 0 เข้าไปข้างหน้า ให้เข้าใจผิดว่าเป็นหมายเลข 0-2111-1111 และ 0-2777-7777 ถือว่าบริษัทนำทราฟฟิกเข้ามาในประเทศไทย เพื่อสามารถเรียกไปยังผู้ใช้บริการโทรศัพท์ประจำที่ และ/หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ”

นายพชร กล่าวต่อว่า แม้ว่าบริษัทจะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมจาก กสทช. ก็ตาม แต่หากให้บริการเกินขอบเขตจากที่ กสทช. อนุญาต ก็อาจเข้าข่ายเป็นการให้บริการโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช.  ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 อย่างไรก็ตาม แม้บริษัทชี้แจงว่า ไม่เกี่ยวข้องและได้ระงับทราฟฟิกหมายเลขดังกล่าวไป แต่ก็ตรวจพบว่ายังมีทราฟฟิกที่เข้ามาจากต่างประเทศ ซึ่งปรากฏเลขหมายลักษณะเดียวกัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสับสนต่อผู้ใช้บริการ อาจเข้าข่ายพฤติกรรม มีลักษณะเป็นการชักจูง หลอกลวง ให้ประชาชนหลงเชื่อในลักษณะของมิจฉาชีพได้

“กสทช. ได้รวบรวมหลักฐานทั้งจากการส่งทีมเจ้าหน้า เข้าตรวจสอบสถานประกอบการ บริษัท โอทาโร เวิลด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และขอให้บริษัทส่งข้อมูลชี้แจงมายัง กสทช. หากพบว่ากระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด และขอเตือนว่า ห้ามมิให้ผู้ใดนำโครงข่ายโทรคมนาคม หรือนำเครือข่ายอินเทอร์เน็ตขอผู้รับใบอนุญาต ไปใช้ในการประกอบธุรกิจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อปกป้องสิทธิของผู้บริโภคและความปลอดภัยของประชาชน เป็นสำคัญที่สุด” นายพชร กล่าว