นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากกรณีที่ผู้แทนสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ได้เข้าพบเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา เพื่อขอให้กรมประมงดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีบริษัทเอกชนผู้ส่งออกสินค้าสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ถูกสวมสิทธิเอกสารการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำไปยังต่างประเทศ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการนำเข้า-ส่งออก สินค้าประมงผิดกฎหมาย จึงได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการส่งออกของผู้ส่งออก ที่ยื่นขอแจ้งดำเนินการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำต่อกรมประมง เพื่อหาข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว
ทั้งนี้ปรากฏว่า พบการแจ้งข้อมูลในเอกสารยื่นขอแจ้งดำเนินการส่งออกเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยมีการปลอมแปลงเอกสารราชการ ใช้เอกสารราชการปลอม และยังพบการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จลงในระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการนำเข้า-ส่งออก สินค้าประมงผิดกฎหมาย จึงได้ทำการขยายผลการตรวจสอบเพิ่มเติมในบริษัทเอกชนอีกหลายแห่ง พบว่ามีพฤติกรรมการยื่นขอส่งออกสินค้าสัตว์น้ำโดยผิดกฎหมายในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าว สร้างความเสียหายต่อการส่งออกสินค้าประมงทั้งระบบ อีกทั้งยังกระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศไทย ถึงขั้นอาจทำให้ประเทศคู่ค้าระงับการนำเข้าสินค้าประมงของไทยได้
เพื่อเป็นการป้องกัน ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าประมงผิดกฎหมาย กรมฯ จึงมอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการนำเข้า-ส่งออก สินค้าประมงผิดกฎหมาย ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับบริษัทผู้ส่งออกและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จำนวน 3 บริษัท ในข้อกล่าวหาตามมาตรา 92 วรรคสอง และมาตรา 158 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม, มาตรา 137 มาตรา 265 มาตรา 268 แห่งประมวลกฎหมายอาญา, มาตรา 14 (2) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต่างกรรมต่างวาระกัน รวมจำนวน 15 กรรม และหากพนักงานสอบสวนพบการกระทำความผิดในข้อกล่าวหาตามกฎหมายอื่นเพิ่มเติม ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง จนกว่าคดีจะถึงที่สุดต่อไป



