นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังหารือกับ นายฮากิวาระ ฮิเดคิ รองอธิบดีกรมการส่งออกและความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่าง ๆ เข้าร่วมว่า สำหรับความร่วมมือด้านวิชาการ ฝ่ายไทยได้ขอให้ฝ่ายญี่ปุ่นพิจารณาสนับสนุนการดำเนินโครงการความร่วมมือด้านการเสริมสร้างคุณภาพผลิตภัณฑ์นมและการตรวจสอบย้อนกลับ โครงการความร่วมมือด้านการเสริมสร้างประสิทธิภาพการผลิตผลิตภัณฑ์นมและการจัดการห่วงโซ่อุปทานด้วยเทคโนโลยี รวมทั้งความร่วมมือด้านการพัฒนาพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่เป็นไปตามความต้องการของเกษตรกร

นอกจากนี้ สำหรับความร่วมมือด้านการค้าสินค้าเกษตร ทั้งสองฝ่ายได้มีการแลกเปลี่ยนสถานะของการเปิดตลาดสินค้าเกษตรระหว่างกัน อาทิ ส้มโอสายพันธุ์ต่าง ๆ จากประเทศไทย โดยเห็นควรให้มีการหารือกันต่อไปในการประชุมคณะอนุกรรมการร่วมฯ และการประชุมคณะอนุกรรมการพิเศษร่วมฯ ที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement: JTEPA) ครั้งที่ 14 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวในปีนี้ พร้อมทั้งเชิญฝ่ายญี่ปุ่น เข้าร่วมการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ต่อไป

สำหรับการส่งออกสินค้าเกษตร ประเทศญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรอันดับที่ 2 ของไทย โดยมีสัดส่วนการส่งออกไปญี่ปุ่นร้อยละ 10.07 ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปโลก โดยในปี 2564 ไทยส่งออกไปญี่ปุ่นเป็นมูลค่า 146,717 ล้านบาท และในปี 2565 มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 170,235 ล้านบาท ในส่วนของสินค้าที่ส่งออก 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ไก่ชนิดแกลลัสโดเมสติกัสปรุงแต่ง อาทิ แกงไก่ที่บรรจุกระป๋อง 2) ชิ้นเนื้อและเครื่องในที่บริโภคได้ของไก่ชนิดแกลลัสโดเมสติกัส แช่แข็ง 3) อาหารสุนัขหรือแมวสำหรับขายปลีก 4) ปลาทูน่า ปลาสคิปแจ็ค และปลาโบนิโต ปรุงแต่ง อาทิ ปลาทูน่ากระป๋อง และ 5) ยางธรรมชาติที่กำหนดไว้ในทางเทคนิค