เมื่อวันที่ 28 ก.ย. นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคสี่ บัญญัติว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ทั้งนี้ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปหลังพ้นจากตำแหน่ง” ว่าทำให้ตอนนี้มี 3 ความคิดเห็น ได้แก่ 1.การนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯ ตั้งแต่เป็นคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อปี 2557 2.นับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี 2560 หลังจากที่รัฐธรรมนูญปี 2560 บังคับใช้ และ 3.นับวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งในปี 2562 ซึ่งตนเห็นด้วยกับข้อนี้เพราะต้องนับวาระนายกรัฐมนตรีหลังจากได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มาตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 และต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ส่วนมาตรา 264 เป็นเพียงบทเฉพาะกาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับมาตรา 158 แต่อย่างใด

“อีกทั้งตั้งแต่สมัยยกร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา 158 ก็ไม่ได้คิดว่าจะมีปัญหานี้ เพราะเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า มาตรา 158 เป็นเกณฑ์ใหม่ แม้คล้ายรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ห้ามดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีติดต่อกันเกิน 8 ปี หลักเกณฑ์ใหม่กระบวนการใหม่เกิดขึ้นใหม่ในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 บังคับใช้ ถ้าบังคับใช้ย้อนหลังคงไม่มีอดีตนายกรัฐมนตรีคนไหนมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีก อีกทั้งนายกรัฐมนตรีสมัย คสช.มาจากรณีพิเศษ ไม่ได้มาจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ส่วนตัวผมไม่มองว่าใครอยู่ยาวหรืออยู่สั้น ทุกอย่างเป็นเรื่องของอนาคตที่มีคนนำเรื่องนี้มาตีปลาหน้าไซ” อดีต กรธ. กล่าว

เมื่อถามถึง การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องนี้ นายอุดม กล่าวว่า ตนมองว่าเรื่องเกิดปี 2565 จะไปยื่นวันนี้ไม่ได้ เพราะเหตุยังไม่เกิด อีกทั้งเราไม่รู้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีถึงเมื่อไหร่ จะถึงปีหน้าหรือเดือน ส.ค.65 หรือไม่เราไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของอนาคต หากไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความตอนนี้ ตนมองว่ามันยังมองไม่เห็นเหตุที่จะขึ้นเกิด.

-อ่านต่อ นับถอยหลัง ‘บิ๊กตู่’ พ้นเก้าอี้นายกฯ! กับวลีอมตะ ‘ผมพอแล้ว’.