สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ว่าประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำฟิลิปปินส์ ลงนามในคำสั่งฉบับหนึ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมีการเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์รัฐกิจจานุเบกษา เมื่อวันอาทิตย์ สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง ส่งเสริมความร่วมมือและการดำเนินงานที่จำเป็นระหว่างกัน ในเรื่องความมั่นคงทางทะเล เพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญหน้ากับ “ความท้าทายร้ายแรงหลากหลายรูปแบบ” ที่จะเกิดขึ้นกับอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดนของฟิลิปปินส์
เนื้อหาในคำสั่งฉบับนี้ไม่ได้เอ่ยถึงจีนอย่างตรงไปตรงมา แต่เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านั้น มาร์กอส จูเนียร์ กล่าวว่า จะใช้ “มาตรการเชิงรุก” ในอนาคต เพื่อตอบโต้กับการโจมตีที่ก้าวร้าวและอันตราย การกดขี่ และการบีบบังคับของหน่วยยามฝั่งจีน ที่มีต่อเรือของฟิลิปปินส์
Philippine President Ferdinand Marcos Jr. reorganized the government's maritime security agency as tensions with Beijing escalate in the South China Sea. https://t.co/247YjEe7sX
— Bloomberg (@business) March 31, 2024
ทั้งนี้ ภารกิจทางทะเลของจีนและฟิลิปปินส์เผชิญหน้า และปะทะกันบ่อยครั้งมากขึ้น บริเวณแนวสันดอนโธมัสที่สอง ที่ฟิลิปปินส์เรียกว่า แนวสันดอนอยุนงิน ส่วนจีนเรียวก่า แนวสันดอนเหรินอ้าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะสแปรตลีย์ เกาะขนาดใหญ่ที่สุดในทะเลจีนใต้
อนึ่ง อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (อันคลอส) ฉบับปี 2525 ระบุว่า แต่ละประเทศบนโลกมีอำนาจอธิปไตยเหนือทรัพยากรธรรมชาติ ที่อยู่ภายในอาณาเขตไม่เกิน 200 ไมล์ทะเล หรือ 370 กิโลเมตร จากชายฝั่ง ซึ่งหมู่เกาะสแปรตลีย์อยู่ห่างจากมณฑลไห่หนาน หรือเกาะไหหลำของจีน เป็นระยะทางเกือบ 1,000 กิโลเมตร.
เครดิตภาพ : AFP



