จ.สมุทรสงคราม นอกจากจะมีผลไม้ที่ขึ้นชื่อ เช่น ส้มโอขาวใหญ่ และลิ้นจี่รสชาติดีแล้ว ปัจจุบันชาวสวนบางรายยังหันมาปลูกทุเรียนจะเรียกว่าเป็นอาชีพหลักก็ว่าได้ นอกจากจะให้ผลผลิตที่ดีแล้ว รสชาติยังอร่อย กลิ่นหอมแต่ไม่แรง เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบทานทุเรียนกลิ่นหอมอ่อนๆ เนื้อกรอบนอกนุ่มใน เป็นที่ถูกใจของผู้บริโภค เช่น นายเอกชัย เทียนชัย ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 ต.บ้านปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม บอกว่าเดิมปลูกลิ้นจี่แต่บางปีก็ไม่ให้ผลผลิต ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเช่นปีนี้ ลิ้นจี่ไม่ให้ผลผลิตเลย ตนจึงหันไปปลูกทุเรียนเมื่อเกือบ 20 ปีมาแล้ว เพราะเห็นว่าจังหวัดสมุทรสงครามอยู่ติดทะเลทำให้มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม เรียกว่า “น้ำลักจืดลักเค็ม” เป็นคุณสมบัติพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ปลูกไม้ผลชนิดใดก็ให้รสชาติที่ดี

หลังทดลองปลูกทุเรียนพันธุ์หมอนทองและพันธุ์ก้านยาว 10 กว่าต้น ปรากฏว่าให้ผลผลิตออกมาเนื้อนุ่ม รสชาติหอมหวานอร่อยมากและกลิ่นไม่แรง ตนจึงตั้งชื่อให้ว่า “ทุเรียน 3 น้ำ” เพราะสมุทรสงครามมี 3 น้ำดังกล่าวนี่เอง ต่อมาจึงได้ปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีทุเรียนพันธุ์หมอนทองและพันธุ์ก้านยาวที่ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 70 ต้น ต้นหนึ่งประมาณ 10-20 ลูก ปัจจุบันมีทุเรียนทั้งพันธุ์หมอนทองและพันธุ์ก้านยาวประมาณ 800 ต้น จะทยอยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นในปีต่อไป

ส่วนด้านการตลาดนั้น นายเอกชัย บอกว่า จัดว่าดีมาก แต่ละปีขายหมดไม่มีเหลือ ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าขาประจำที่เคยซื้อไปกินแล้วติดใจมาสั่งซื้อซ้ำทุกปี มีทั้งที่มาสั่งจองด้วยตัวเอง และสั่งทางออนไลน์ตั้งแต่ทุเรียนลูกยังเล็กๆ ราคาพันธุ์หมอนทองอยู่ที่กิโลกรัมละ 250 บาท หรือลูกละ 1,000 บาทขึ้นไป ส่วนพันธุ์ก้านยาวกิโลกรัมละ 1,000 บาท หรือลูกละ 5,000 บาทขึ้นไป ส่วนลูกเล็กๆ ก็จะแบ่งปันให้เพื่อนฝูงได้ชิมกัน แต่ละคนยกนิ้วให้ในเรื่องของความอร่อย

อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศปีนี้แปรปรวน ร้อนมาก แล้งจัด ส่งผลให้น้ำเค็มรุก ทำให้ทุเรียนให้ผลผลิตน้อย สวนของตนทุกปีเคยให้ผลผลิต 1,000-2,000 ลูก ปีนี้เหลือเพียง 700 กว่าลูก ลดลงมากกว่าครึ่ง และเริ่มแก่ได้ที่ ลูกค้าที่สั่งจองไว้เริ่มทยอยกันเข้ามาเอาไปแล้ว สำหรับผู้ที่สนใจจะสั่งซื้อทุเรียน 3 น้ำ ไปรับประทาน ขณะนี้ยังมีอีกเพียงเล็กน้อย ติดต่อได้ทางเฟซบุ๊ก “ผู้ใหญ่เอก ทุเรียน 3 น้ำ” หรือโทรศัพท์ 08-6085-1506