สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมาเล ประเทศมัลดีฟส์ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. ว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจของมัลดีฟส์ ว่า “ยังคงมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดความไม่แน่นอน” และ “มีความเสี่ยงขาลงทางเศรษฐกิจ” เนื่องจากการเพิ่มศักยภาพทางการคลังที่ล่าช้า และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของประเทศ


ทั้งนี้ ไอเอ็มเอฟเสนอแนะให้มัลดีฟส์ “ปรับเปลี่ยนนโยบายอย่างมีนัยสำคัญ” เพื่อให้มีการสร้างรายได้เข้าประเทศมากขึ้น การตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น และการลด “การกู้ยืมจากภายนอก” เพื่อบรรเทาความเสี่ยงของวิกฤติหนี้สาธารณะ


รายงานดังกล่าวของไอเอ็มเอฟได้รับการเผยแพร่ หลังประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด มุยซ์ซู ผู้นำคนปัจจุบันของมัลดีฟส์ เข้ามาบริหารประเทศ เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว และมีนโยบายเข้าหารัฐบาลปักกิ่งมากขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับรัฐบาลชุดที่แล้ว


ขณะที่จีนให้คำมั่น “ยกระดับความสนับสนุนทางเศรษฐกิจ” ให้แก่มัลดีฟส์ ซึ่งตอนนี้มีมูลค่าหนี้สาธารณะสะสมมากกว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 147,306 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 9,206.63 ล้านบาท) จากเมื่อปี 2565 และคิดเป็นประมาณ 118% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)


ด้านข้อมูลจากกระทรวงการคลังของมัลดีฟส์ เมื่อเดือน มิ.ย. 2566 ระบุว่า 25.2% ของหนี้ต่างประเทศ หรือหนี้ภายนอก เป็นของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน (ไชนา เอ็กซิมแบงก์) ซึ่งถือเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดของมัลดีฟส์ด้วย.

เครดิตภาพ : AFP