ขยะเหล่านี้ ล้วนมาจากครัวเรือน โรงงานอุตสาหกรรม การเกษตร การท่องเที่ยว และกิจกรรมอื่น ๆ บนชายฝั่ง ถูกพัดพาโดยสายน้ำ ลม คลื่น มรสุม ไหลลงสู่ทะเลและมหาสมุทร สะสมตัวกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก ที่หลายภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมในการจัดการ สถิติอ้างอิงจากองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) พบว่าในทุกปีจะมีปริมาณขยะพลาสติกหลุดรอดลงสู่ทะเลมากถึง 12 ล้านตัน มีสัดส่วนเป็นอุปกรณ์ทั้งประมงพานิชย์และประมงพื้นบ้านถึง 1.2 ล้านตัน โดยมีสาเหตุมาจากกระแสน้ำ สภาพอากาศ รวมถึงสภาพอุปกรณ์ที่ไม่พร้อมใช้งานทำให้เกิดการหลุดรอดลงสู่ทะเล

โครงการ ‘Nets Up’ โมเดลการสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อทะเลยั่งยืน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) (SCGC) บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) (SABINA) บริษัท นิล-วัน โปรเจ็ค จำกัด กลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน จ.ระยอง พันธมิตรธุรกิจ และเครือข่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ร่วมกันเปลี่ยนอวนประมงที่ไม่ใช้แล้ว สู่ ‘Marine Materials’ วัสดุทางเลือกใหม่จากนวัตกรรมรีไซเคิล ช่วยจัดการอวนประมงที่ไม่ใช้แล้ว ไม่ให้หลุดรอดสู่สิ่งแวดล้อม และนำไปต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ธุรกิจสิ่งทอ ด้วยการขึ้นรูปเป็นเส้นด้ายและทอเป็นผืนผ้าสำหรับแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อัปไซเคิล สร้างทางเลือกใหม่ให้กับเจ้าของแบรนด์สินค้า และผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดปัญหาขยะทะเล พร้อมสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างยั่งยืน และช่วยลดภาวะโลกร้อน
ดังที่ ‘ซาบีน่า’ ได้นำมาผลิตสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ อย่าง ‘From Marine to Fashion จากท้องทะเล… สู่แฟชั่นรักษ์โลก’ อย่างสุดสร้างสรรค์ โดยยังคงความสวยงามและสวมใส่สบาย ซึ่งประกอบด้วย เสื้อชั้นใน กางเกงชั้นใน เสื้อ กางเกงขาสั้น และเสื้อกล้ามเสริมบรา

“จากอวนที่ไม่ใช้แล้วจำนวนมหาศาล ได้กลายเป็นวัตถุดิบจากท้องทะเลหรือ Marine Materials ที่ซาบีน่ามองเห็นโอกาส จึงได้เข้าร่วมโครงการ Nets Up ที่นำอวนประมงที่ไม่ใช้แล้วมาพัฒนาและแปรรูปเป็นนวัตกรรมเส้นด้ายรีไซเคิล ก่อนจะนำไปทอเป็นผืน โดยนำมาตัดเย็บเป็นชุดชั้นในและเสื้อผ้ารักษ์โลก ซึ่งนับว่าเราเป็นแบรนด์แรก และเป็นผู้นำที่ได้ริเริ่มการสร้างผลิตภัณฑ์จากอวนประมงที่ไม่ใช้แล้ว มาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่” นางสาวพิชชา ธนาลงกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) กล่าว
นอกจากนี้ พิชชา ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ซาบีน่ายังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในแวดวงแฟชั่น พร้อมเดินหน้าตอกย้ำการเป็นแบรนด์ชุดชั้นในที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยต่อยอดนวัตกรรมในโครงการ Nets Up ครั้งนี้ จะช่วยแก้ปัญหาขยะทะเลได้ตั้งแต่ต้นน้ำ ที่เริ่มจากการจัดเก็บอวนประมงที่ไม่ใช้แล้วของชาวประมง ส่งต่อให้ซาบีน่า นำมาต่อยอดจากการใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการผลิตชุดชั้นใน ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังความสวยงามและสวมใส่สบาย ซึ่งเป็นจุดเด่นด้านนวัตกรรมของ ขณะเดียวกัน คอลเลคชั่นดังกล่าว ยังช่วยทำให้ผู้บริโภคมีร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะอวนประมงใช้แล้วได้ทั้งหมดประมาณ 620 กิโลกรัม และช่วยชดเชยปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 4 ตัน



