สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา บริเวณแนวสันดอนโธมัสที่สอง หรือที่จีนเรียกว่า แนวสันดอนเหรินอ้าย ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ ซึ่งมีกองทหารฟิลิปปินส์ประจำการอยู่ที่ซากเรือรบ บีอาร์พี เซียร์รา มาเดร เพื่ออ้างสิทธิของรัฐบาลมะนิลา ในน่านน้ำแห่งนี้

ABS-CBN News

กองทัพฟิลิปปินส์กล่าวหาว่า รัฐบาลปักกิ่งดำเนินการแทรกแซง “อย่างก้าวร้าวและไม่มีเหตุผล” หลังเรือยางท้องแข็งของจีน 2 ลำ เข้าใกล้ซากเรือรบในระยะ 10 เมตร และยึดพัสดุสำหรับกองทหารฟิลิปปินส์ ซึ่งถูกส่งทางอากาศ มายังฐานปฏิบัติการ และถือเป็นครั้งแรกที่มีการยึดเสบียงเช่นนี้

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่จีนบนเรือทั้งสองลำ ทิ้งเสบียงที่ยึดมาลงในทะเล ซึ่งทหารฟิลิปปินส์สามารถเก็บกู้สิ่งของต่าง ๆ ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เจ้าหน้าที่จีนกลุ่มข้างต้นสังกัดอยู่ในหน่วยยามชายฝั่ง หรือกองทัพเรือของจีน

สิ่งของต่าง ๆ ที่กองกำลังฟิลิปปินส์ สามารถเก็บกู้ได้ หลังเจ้าหน้าที่บนเรือจีน 2 ลำ ยึดเสบียงที่ถูกส่งทางอากาศ ไปยังฐานปฏิบัติการของฟิลิปปินส์ บริเวณแนวสันดอนโธมัสที่สอง ก่อนที่จะทิ้งสิ่งของเหล่านี้ลงทะเล

อีกด้านหนึ่ง ทางการจีนตอบโต้ฟิลิปปินส์ โดยยืนกรานว่า เรือรบเซียร์รา มาเดร เกยตื้นบนแนวปะการังอย่างผิดกฎหมาย และเรียกร้องให้ฟิลิปปินส์ “หยุดสร้างปัญหา”

“ฝ่ายฟิลิปปินส์ยังคงยั่วยุ และทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงทำให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าเดิม ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งที่พวกเรายอมรับไม่ได้” นางเหมา หนิง โฆษกหญิงของกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวกับผู้สื่อข่าว

แม้โดยปกติ ฟิลิปปินส์จะปฏิบัติภารกิจส่งเสบียงให้กับทหารทางเรือ แต่พล.อ.โรเมโอ บราวเนอร์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมฟิลิปปินส์ กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่า พวกเขาตัดสินใจส่งเสบียงทางอากาศแทน เพื่อหลีกเลี่ยง “การต่อต้าน” และ “การคุกคาม”.

เครดิตภาพ : AFP