สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ต.ค.ว่าวุฒิสภาสหรัฐมีมติในการประชุม เมื่อวันพฤหัสบดี ด้วยเสียงข้างมากฉิวเฉียด 50 ต่อ 48 เสียง ขยายเพดานการกู้ยืมระยะสั้นของรัฐบาลกลางออกไปจนถึงต้นเดือน ธ.ค.นี้ ซึ่งจะช่วยให้สหรัฐสามารถเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งกำหนดการรอบปัจจุบัน คือวันที่ 18 ต.ค.ที่กำลังจะถึง
@SenSchumer: "We have reached agreement to extend the debt ceiling through early December." https://t.co/smePasJIyQ pic.twitter.com/nL197OLriD
— The Hill (@thehill) October 8, 2021
ทั้้งนี้ แกนนำของพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันปฏิเสธเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ว่ามีการขยายเพดานหนี้เป็นวงเงินเท่าใด ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงจากทั้งสองพรรคให้ข้อมูลไปในทางเดียวกัน ว่ามีการขยายเพดานหนี้จาก 28.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 960.59 ล้านล้านบาท ) เป็น 28.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 977.50 ล้านล้านบาท ) เพิ่มขึ้นประมาณ 480,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 16.23 ล้านล้านบาท )
JUST IN: Senate Minority Leader Mitch McConnell (R-KY) takes credit for the plan for a debt ceiling extension: "The majority didn't have a plan to prevent default, so we stepped forward." pic.twitter.com/9RAiprijz7
— Forbes (@Forbes) October 7, 2021
อย่างไรก็ตาม นายชัค ชูเมอร์ แกนนำของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา และนายมิตช์ แมคคอนเนลล์ แกนนำของพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา ยังมีความเห็นต่างกันในประเด็น "วงเงินตายตัวสำหรับเพดานการกู้ยืม" ขณะที่นางเจเน็ต เยลเลน รมว.การคลังสหรัฐ เคยกล่าวว่า หากไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้ทันเวลา นอกจากรัฐบาลวอชิงตันจะผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ อัตราดอกเบี้ยที่สหรัฐต้องจ่ายเพื่อการกู้ยืมจะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสินเชื่อครัวเรือน ประชาชนอาจตกงานเพิ่มขึ้น และความพยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศจากวิกฤติโรคโควิด-19 จะไม่ประสบผล.
เครดิตภาพ : AP



