สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ว่าสำนักงานสาธารณสุขแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของเมืองซิดนีย์ เมืองใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย รายงานจำนวนผู้ป่วยยืนยันจากโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้น 498 คนในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด นับเป็นวันที่สองติดต่อกัน ที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ยืนยันผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่ำกว่า 500 คน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 8 ราย และ 73.5% ของประชากรในพื้นที่ ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 16 ปี ได้รับวัคซีนครบ และ 90.3% ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว
After more than 100 days in lockdown, New South Wales is this morning tasting freedom!
— 9News Sydney (@9NewsSyd) October 11, 2021
When the clock struck midnight, restrictions eased for fully vaccinated residents.
The state recorded less than 500 locally acquired cases overnight: https://t.co/aWAFCo1djN #COVID19 #9News pic.twitter.com/gY7YShFC4A

ทั้งนี้ วันจันทร์ที่ 11 ต.ค. เป็นวันแรกที่เมืองซิดนีย์ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสเดลตาในออสเตรเลีย "เข้าสู่วิถีใหม่" โดยสถานประกอบการและกิจกรรมทั้งหมดกลับมาขับเคลื่อนอีกครั้ง หลังต้องปิดไปนานกว่า 100 วัน แต่เงื่อนไขการให้บริการยังคงจำกัดเฉพาะ "ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วเท่านั้น"

ด้านนายโดมินิก เปอร์รอตเทต มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า หน่วยงานสาธารณสุขคาดการณ์จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีก แต่อาการของผู้ติดเชื้อไม่น่ารุนแรงมากนัก เนื่องจากการฉีดวัคซีนคืบหน้าไปมาก แต่ยืนยันว่า ทุกภาคส่วนเตรียมพร้อมรับมือ "ในกรณีสถานการณ์เลวร้ายที่สุด"
“There is no doubt as we open up case numbers will increase but the key to opening up safely has been our vaccination rate.”
— 9News Sydney (@9NewsSyd) October 10, 2021
Premier @Dom_Perrottet says case numbers and hospitalisations will increase as NSW reopens, but the state must open up. https://t.co/Dr28QWM9TJ#9News pic.twitter.com/yi27sO69pz
ขณะที่รัฐบาลกลางในกรุงแคนเบอร์รา เตรียมกลับมาเปิดพรมแดนให้กับชาวต่างชาติ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ หลังปิดพรมแดนตั้งแต่เดือน มี.ค.ปีที่แล้ว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง "ยอมรับ" ผู้ที่ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของซิโนแวค และโควิชิลด์ ซึ่งเป็นชื่อทางการค้าของวัคซีนแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด ที่ผลิตในอินเดีย
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายยังคงผิดหวัง ที่วัคซีนของจีนและอินเดียอีกตัวหนึ่ง คือ ซิโนฟาร์มและโควาซิน ยังไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลออสเตรเลีย.
เครดิตภาพ : AP

















