สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนเผยแพร่รายงานว่า เศรษฐกิจของประเทศเมื่อไตรมาสที่สองของปีนี้ ขยายตัวที่ระดับ 4.7% เมื่อเทียบแบบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ว่าจะอยู่ที่ 5.1% และยังเป็นสถิติการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบรายไตรมาส ซึ่งต่ำที่สุดของจีน นับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2566 ที่จีนผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ที่เข้มงวดเกือบทั้งหมด เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ


ขณะที่อัตราการค้าปลีก ซึ่งเป็นเครื่องมือชี้วัดการบริโภคภายในประเทศ ขยายตัวเพียง 2% เมื่อเดือน มิ.ย. ลดลงจากสถิติ 3.7% เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนให้เหตุผลว่า “ปัจจัยภายนอกยังคงยุ่งเหยิงและซับซ้อน” และยอมรับว่า ประสิทธิภาพของนโยบายขับเคลื่อนอุปสงค์ภายในประเทศ “ยังไม่เพียงพอ” หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องยกระดับการปฏิรูปต่อไป


ทั้งนี้ จีนกำหนดเป้าหมายให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตที่ระดับราว 5% ในปีนี้ แม้เป็นเป้าหมายที่สูงกว่ากลุ่มประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง แต่ยังถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายของจีนเอง ซึ่งก่อนหน้านั้นมีเศรษฐกิจขยายตัวที่ระดับตัวเลขสองหลักมาตลอด
นอกจากนั้น เศรษฐกิจของจีนเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เต็มไปด้วยหนี้สินพอกพูน และบริษัทขนาดใหญ่อีกหลายแห่งในประเทศ เผชิญกับการตรวจสอบบัญชี


อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนพยายามอย่างหนัก เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงการออกมาตรการจูงใจให้ประชาชนซื้อบ้าน และการผ่อนคลายนโยบายที่นักลงทุนต่างประเทศมองว่า เป็นการกดดันมากเกินไป.

เครดิตภาพ : AFP