สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ว่า ผู้พิพากษาไอลีน แคนนอน แห่งศาลแขวงรัฐบาลกลาง ในรัฐฟลอริดา มีคำพิพากษายกฟ้องนายโดนัลด์ ทรัมป์ จากความผิดฐานครอบครองเอกสารลับทางราชการ หลังหมดวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยศาลให้เหตุผลว่า นายแจ็ก สมิธ อัยการพิเศษในคดีนี้ “ไม่ใช่บุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามกระบวนการ”


ผู้พิพากษากล่าวด้วยว่า การแต่งตั้งอัยการพิเศษลักษณะนี้ เป็นอำนาจของประธานาธิบดี และต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส “การอาศัยทางลัด” ให้กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้แต่งตั้ง เท่ากับเป็นการแทรกแซงอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ


อนึ่ง นายเมอร์ริค การ์แลนด์ รมว.ยุติธรรมสหรัฐ เป็นผู้แต่งตั้งสมิธ เมื่อปี 2565 เพื่อให้สอบสวนทรัมป์ เกี่ยวกับการจัดเก็บเอกสารลับหลายรายการ ไว้ที่คฤหาสน์ในรัฐฟลอริดา และการที่อดีตผู้นำสหรัฐพยายามพลิกผลการลงคะแนนของหลายรัฐ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี เมื่อปี 2563


แน่นอนว่า สมิธและทีมงานเตรียมยื่นอุทธรณ์ แต่คำพิพากษาที่ออกมาถือเป็น “ชัยชนะทางการเมือง” ครั้งล่าสุดของทรัมป์ ซึ่งได้รับการรับรองจากพรรครีพับลิกัน ให้เป็นตัวแทนสู้ศึกเลิอกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ในวันที่ 5 พ.ย.


ทั้งนี้ ศาลฎีกาสหรัฐมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เมื่อวันที่ 1 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่าทรัมป์ “ยังคงมีสถานะคุ้มกัน” จากการดำเนินคดีทางอาญา หาก “ภารกิจในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ” เกิดขึ้นระหว่างที่ทรัมป์ยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม ทรัมป์อาจเผชิญกับการดำเนินคดี และการรับโทษทางกฎหมาย หากเป็น “การกระทำส่วนบุคคล” และเกิดขึ้นนอกเวลาปฏิบัติหน้าที่ราชการ อดีตผู้นำสหรัฐจะไม่ได้รับสิทธิคุ้มครอง


คำตัดสินดังกล่าวเรียกได้ว่า “เป็นประวัติศาสตร์” นับตั้งแต่มีการสถาปนาสหรัฐ เมื่อ 248 ปีที่แล้ว ซึ่งศาลสูงสุดของประเทศมีคำพิพากษา ว่าอดีตประธานาธิบดียังคงสามารถได้รับความคุ้มครอง จากกระบวนการกฎหมายทางอาญา หากพฤติการณ์นั้น “เกิดขึ้นระหว่างอยู่ในตำแหน่ง”.

เครดิตภาพ : AFP