สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่า การลงมติของคเนสเซ็ท ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุดของอิสราเอล ที่มีต่อยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ หลังบรรดาผู้นำประเทศกล่าวหาว่า หน่วยงานบรรเทาทุกข์ของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ร่วมมือกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา

ร่างกฎหมายดังกล่าวได้รับการอนุมัติในวาระที่หนึ่ง และจะถูกส่งกลับไปยังคณะกรรมการกิจการต่างประเทศและกลาโหม เพื่อดำเนินการพิจารณาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ มอบความช่วยเหลือด้านการศึกษา สาธารณสุข และอื่น ๆ ให้กับชาวปาเลสไตน์หลายล้านคนในฉนวนกาซา, เขตเวสต์แบงก์, จอร์แดน, เลบานอน และซีเรีย ทว่าหน่วยงานมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับอิสราเอลมานาน ซึ่งเลวร้ายกว่าเดิมอย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นในฉนวนกาซา ขณะที่ทางการอิสราเอล เรียกร้องให้มีการยุบยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“นี่เป็นความพยายามอีกครั้งหนึ่งในการรณรงค์อย่างกว้างขวาง เพื่อยุบหน่วยงาน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของยูเอ็น” นางจูเลียต ทูมา โฆษกของยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอ กล่าว

แม้อิสราเอลอ้างว่า เจ้าหน้าที่ยูเอ็นอาร์ดับเบิลยูเอบางคน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีของกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ปีที่แล้ว และเจ้าหน้าที่หลายร้อยคน เป็นสมาชิกของกลุ่มก่อการร้าย เช่น กลุ่มฮามาส และกลุ่มนักรบจีฮัด แต่ทางการยังไม่ได้แสดงหลักฐานต่อหน่วยงานตรวจสอบที่ยูเอ็นแต่งตั้งแต่อย่างใด.

เครดิตภาพ : AFP