สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า นางคิมเบอร์ลี ชีเทิล ยื่นหนังสือต่อประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ลาออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานซีเครต เซอร์วิส
ขณะที่ทำเนียบขาวเผยแพร่แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ขอบคุณชีเทิลซึ่งอุทิศตนทำงานให้กับซีเครต เซอร์วิส ตลอดระยะเวลานานกว่า 3 ทศวรรษ หรือตั้งแต่ระดับเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน แต่งตั้งให้เธอดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ เมื่อปี 2565
.@SecretService Director Kimberly Cheatle: "The assassination attempt of former President Donald Trump on July 13 is the most significant operational failure of the Secret Service in decades … I take full responsibility for any security lapse." pic.twitter.com/PUzzBmTrVO
— CSPAN (@cspan) July 22, 2024
ทั้งนี้ ชีเทิลกล่าวต่อคณะกรรมาธิการด้านการกำกับดูแลและความรับผิดชอบ ของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าเหตุการณ์พยายามลอบสังหารนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดี และตัวแทนพรรครีพับลิกันสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดี ในวันที่ 5 พ.ย. นี้ ระหว่างกำลังปราศรัยอยู่ที่เมืองบัตเลอร์ ในรัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันที่ 13 ก.ค. ที่ผ่านมา “คือความล้มเหลวครั้งใหญ่ของซีเครต เซอร์วิส ในรอบหลายทศวรรษ” และยืนยันว่า “จะไม่เกิดขึ้นอีก”
อย่างไรก็ตาม ชีเทิลยังคงปฏิเสธให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยอ้างว่า “การสอบสวนอย่างละเอียดยังไม่เสร็จสิ้น” สร้างความไม่พอใจอย่างรุนแรงให้กับคณะกรรมาธิการ
แม้พนักงานสอบสวนนำโดยสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) เชื่อมั่นว่า นายโธมัส แมทธิว ครูกส์ มือปืนวัย 20 ปี ลงมือเพียงลำพัง และถูกสไนเปอร์ของซีเครต เซอร์วิส วิสามัญภายในเวลา 30 วินาที หลังเจ้าตัวลั่นกระสุน ซึ่งไปโดนที่ใบหูด้านขวาของทรัมป์ แต่เอฟบีไอยังไม่สามารถสรุปแรงจูงใจของมือปืนได้ ไม่ว่าจะในเรื่องแนวคิดทางการเมือง ศาสนา และสังคม.
เครดิตภาพ : AFP



