วานนี้ (25 ก.ค. 2567) สำนักข่างต่างประเทศหลายแห่ง รายงานกรณีหมู่บ้านนักกีฬาโอลิมปิก กรุงปารีส ประสบภาวะอาหารขาดแคลนในโรงอาหาร สร้างความไม่พอใจแก่นักกีฬาจำนวนมาก ทั้งที่เพิ่งเปิดให้บริการยังไม่ถึง 1 สัปดาห์

นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า จำเป็นต้องมีการปันส่วนบางรายการอาหาร เช่น เมนูที่ปรุงด้วยไข่และเนื้อ โดยจำกัดปริมาณต่อวัน เพื่อให้มีเสิร์ฟได้อย่างต่อเนื่องทุกวัน

ด้านบริษัทโซเด็กโซ ไลฟ์! ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์ผู้จัด ที่รับผิดชอบด้านการจัดหาอาหารให้นักกีฬาในหมู่บ้านโอลิมปิกแถลงว่า บริษัทได้รับคำวิจารณ์และกำลังแก้ไขอย่างจริงจัง โดยการหาทางเพิ่มปริมาณอาหารเพื่อสนองความต้องการของนักกีฬา หลังจากที่ได้รับทราบว่า รายการอาหารบางเมนูกำลังเป็นที่ต้องการอย่างสูง 

ทางด้านคาร์ฟูร์กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับผิดชอบการสรรหาวัตถุดิบสดใหม่วันละ 600 ตัน เพื่อนำมาทำอาหารให้กองทัพนักกีฬาโอลิมปิก ก็ยืนยันว่า ได้รับคำขอให้เพิ่มปริมาณวัตถุดิบบางชนิดให้มากกว่าเดิม และเชื่อว่าจะสามารถสร้างความพอใจให้บรรดานักกีฬาในไม่ช้า

ในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งนี้ มีนักกีฬาโอลิมปิกและพาราโอลิมปิกเข้าร่วมแข่งขันจาก 208 ประเทศและเขตการปกครอง มีนักกีฬาไม่ต่ำกว่า 15,000 คน ซึ่งคาดว่าผู้จัดจะต้องเสิร์ฟอาหารมากกว่า 13 ล้านมื้อ ในระหว่างการแข่งขันตลอดเดือน

ก่อนหน้านี้ ทางผู้จัดการแข่งขันได้แถลงข่าวว่า อาหารที่เสิร์ฟในหมู่บ้านนักกีฬา จะมีเชฟเจ้าของดาวมิชลินชาวฝรั่งเศสหลายคน มารับหน้าที่ปรุงอาหารเพื่อเสิร์ฟในโรงอาหารที่รองรับนักกีฬาได้ 3,500 ที่นั่ง

หลังจากประกาศว่าจะไม่มี “อาหารขยะ” หรืออาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดเสิร์ฟในครั้งนี้ รายการอาหารที่ให้บริการจะเน้นความหลากหลาย มีทั้งสลัดบาร์, บูธผลไม้, เคาน์เตอร์ของหวาน, ซุปต่าง ๆ, อาหารพิเศษประจำวัน, อาหารฝรั่งเศสเมนูคลาสสิกต่าง ๆ และโต๊ะบุฟเฟ่ต์

คณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้กำหนดไว้ว่า อาหารที่ให้บริการในระหว่างการแข่งขัน จะต้องเป็นผลผลิตจากท้องถิ่นในประเทศผู้จัดเป็นหลัก โดยเน้นที่อาหารประเภทแพลนต์เบส และจะต้องไม่มีการทิ้งวัตถุดิบหรืออาหารอย่างสูญเปล่า ซึ่งในครั้งนี้ 80% ของอาหารและวัตถุดิบมาจากฝรั่งเศส โดยวัตถุดิบที่เป็นเนื้อสัตว์ จะเป็นผลผลิตของฝรั่งเศสแบบ 100%

ในจำนวนอาหาร 500 เมนู ที่ให้บริการระหว่างการแข่งขัน จะมีเมนูมังสวิรัติอยู่ราว 2 ใน 3 ส่วน ส่วนอาหารที่เหลือจากการรับประทานในแต่ละวัน จะถูกนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้และขาดโอกาส ขณะที่กากกาแฟจะถูกนำไปหมักเป็นปุ๋ย

ที่มา : dailymail.co.uk

เครดิตภาพ : AFP