สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ว่า บริษัทอินเทล หนึ่งในยักษ์ใหญ่ของวงการอุตสาหกรรมชิปโลกจากสหรัฐ ประกาศเลิกจ้างพนักงานมากกว่า 15% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดค่าใช้จ่ายให้ได้ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 711,570 ล้านบาท) หลังเปิดเผยตัวเลขการขาดทุนสุทธิ 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 56,896 ล้านบาท) เมื่อไตรมาสที่สองซึ่งเพิ่งผ่านพ้นไป
ทั้งนี้ ข้อมูลอย่างเป็นทางการล่าสุด ซึ่งเผยแพร่เมื่อปีที่แล้ว ระบุว่า อินเทลมีพนักงานทั่วโลกราว 124,800 คน หมายความว่า การเลิกจ้างครั้งนี้ จะส่งผลกระทบกับพนักงานประมาณ 18,000 คน
Breaking News: Intel said it would slash more than 15,000 jobs to aid a turnaround plan after a series of stumbles. https://t.co/lV6Ijpdomk
— The New York Times (@nytimes) August 1, 2024
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา อินเทลประกาศระงับโครงการขยายสายการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่อิสราเอล ซึ่งเดิมทีมีแผนการลงทุนเพิ่มเติมอีก 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 533,400 ล้านบาท)
ขณะที่อินเทลกล่าวในเวลานั้น ว่าการตัดสินใจทั้งหมดเกี่ยวกับการจัดการโครงการขนาดใหญ่ ต้องอยู่บนพื้นฐานของการปรับตัวให้ทันกับเงื่อนไขตามช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ร่วมด้วยเงื่อนไขทางธุรกิจ การตลาดเชิงรุก และการจัดการเงินทุนที่ต้องมีความรับผิดชอบ.
เครดิตภาพ : AFP



