สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ว่า กลุ่มนักวิจัยกล่าวว่า ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีโลหะหนักปริมาณน้อยจริง แต่การบริโภคมากกว่าหนึ่งหน่วยบริโภคต่อวัน หรือรับประทานร่วมกับอาหารอื่น ๆ ที่มีโลหะหนัก เช่น อาหารทะเล และข้าวกล้องที่ไม่ล้าง อาจทำให้ร่างกายได้รับโลหะหนักเกินปริมาณที่แนะนำ
ก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้บริโภคและหน่วยงานทดสอบอิสระบางแห่ง รายงานการปนเปื้อนของโลหะหนัก ในผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากโกโก้ เช่น ดาร์กช็อกโกแลต ซึ่งสาเหตุของการมีสารเหล่านี้ คาดว่าเป็นเพราะดินที่ใช้ปลูกต้นโกโก้ และการแปรรูปทางอุตสาหกรรม
Most chocolate and cocoa products have low heavy metal levels, but eating large amounts or combining with other sources might exceed health limits, researchers sayhttps://t.co/vKI3aKDdGf
— Daily Sabah (@DailySabah) August 1, 2024
รายงานดังกล่าว ทำให้บรรดานักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยจอร์จ วอชิงตัน และเว็บไซต์ ConsumerLab.com ดำเนินการวิเคราะห์ ซึ่งปรากฏว่า ผลิตภัณฑ์ที่มีโกโก้ จำนวน 70 รายการ จากทั้งหมด 72 รายการ มีการปนเปื้อนตะกั่วในระดับต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดโดยคณะกรรมการอาหารและยา (เอฟดีเอ) ของสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม การใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ซึ่งกำหนดโดยรัฐแคลิฟอร์เนีย กลับพบว่า ผลิตภัณฑ์ 31 รายการ จาก 72 รายการ มีปริมาณตะกั่วเกินเกณฑ์ และผลิตภัณฑ์ 13 รายการ จาก 37 รายการ มีปริมาณแคดเมียมเกินเกณฑ์
ทั้งนี้ ทีมนักวิจัยกล่าวว่า ผลการศึกษาของพวกเขาแสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์ข้างต้นอาจไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ เมื่อรับประทานในปริมาณหนึ่งหน่วยบริโภค หรือราว 30-60 กรัม แต่การบริโภคในปริมาณมากขึ้น อาจทำให้ร่างกายได้รับโลหะหนักเกินขีดจำกัดที่ระบุไว้ในกฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเรียกว่า “ข้อเสนอที่ 65” หรือ “พร็อพ 65”
“หากผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนทั้งหมด ถูกบริโภคในปริมาณเล็กน้อยและไม่บ่อยครั้ง สารปนเปื้อนเหล่านี้อาจไม่ถือเป็นปัญหาทางสาธารณสุข แต่ในทางตรงกันข้าม หากผู้บริโภคทั่วไปรับประทานผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ การได้รับสารเติมแต่งก็อาจเป็นปัญหาทางสาธารณสุขได้” งานศึกษาระบุ พร้อมกับเรียกร้องให้มีการทดสอบสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มเติม.
เครดิตภาพ : AFP



