สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ว่า องค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป รายงานผู้เสียชีวิตจากความร้อนกว่า 175,000 รายต่อปี เนื่องจากอุณหภูมิในยุโรปกำลังเพิ่มขึ้นเร็วกว่าพื้นที่อื่น ๆ ของโลก

รายงานของดับเบิลยูเอชโอระบุว่า ระหว่างปี 2543-2562 มีผู้เสียชีวิตจากอิทธิพลของคลื่นความร้อนราว 489,000 ราย และร้อยละ 36 มาจากยุโรป หรือเฉลี่ยปีละ 176,040 ราย ขณะที่อุณหภูมิในภูมิภาคยุโรป เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2 เท่าของอัตราเฉลี่ยทั่วโลก

ดับเบิลยูเอชโอสาขายุโรป ประกอบด้วย 53 ประเทศ รวมไปถึงหลายประเทศในเอเชียกลาง นพ.ฮันส์ คลูเกอ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคยุโรป กล่าวว่า ผู้คน “มีราคาที่ต้องจ่ายสูงลิบ”

ขณะที่รายงานระบุว่า อัตราการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนในภูมิภาคนี้ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา “อุณหภูมิที่สูงหรือต่ำเกินไป ทำให้โรคเรื้อรังต่าง ๆ รุนแรงขึ้น เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ, โรคทางเดินหายใจ, โรคหลอดเลือดสมอง, โรคทางจิต และโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน” นอกจากนั้น ความร้อนที่สูงเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุและสตรีมีครรภ์

‘ความเครียดจากความร้อน’ เกิดขึ้นเมื่อร่างกายมนุษย์ไม่สามารถรักษาอุณหภูมิได้อีก และเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศในยุโรป มากไปกว่านั้น ตามข้อมูลของดับเบิลยูเอชโอ จำนวนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความร้อนมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เนื่องจากภาวะโลกร้อน โดย 3 ปี ซึ่งอุณหภูมิร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ยุโรป เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 และ 10 ปีที่มีอุณหภูมิร้อนที่สุด เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2550

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เตือนว่า มนุษยชาติกำลังประสบกับโรคระบาดจากความร้อนรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้ดำเนินการเพื่อจำกัดผลกระทบของคลื่นความร้อน ซึ่งรุนแรงขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES