สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ว่านายเวดันต์ ปาเทล รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า “ความพยายามครั้งล่าสุด” ในการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ “ไม่ใช่เรื่องใหม่” สำหรับอิหร่าน ซึ่งพยายามบ่อนทำลายกลไกประชาธิปไตยของสหรัฐ “อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปีแล้ว”
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐกล่าวด้วยว่า รัฐบาลวอชิงตันเคยแสดงความวิตกกังวลมาแล้วหลายครั้ง เกี่ยวกับกิจกรรมทางไซเบอร์ของอิหร่าน และสหรัฐมี “เครื่องมือ” เพื่อใช้จัดการกับรัฐบาลเตหะรานในเรื่องนี้ และไม่ลังเลที่จะใช้สิ่งเหล่านั้น
ขณะที่นายจอห์น เคอร์บีย์ โฆษกสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) กำลังจับตาและวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ทีมงานหาเสียงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ และตัวแทนพรรครีพับลิกัน ออกแถลงการณ์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าระบบคอมพิวเตอร์สำหรับแคมเปญหาเสียง ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางไซเบอร์ “โดยกองกำลังต่างชาติ” ที่มีเจตนาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และสร้างความวุ่นวายให้กับกระบวนการถ่ายโอนอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย
The Microsoft Threat Analysis Center (MTAC) shares intelligence about Iranian actors laying the groundwork for influence operations aimed at US audiences and potentially seeking to impact the 2024 US presidential election: https://t.co/NHJo938Xjh
— Microsoft Threat Intelligence (@MsftSecIntel) August 9, 2024
ทีมงานของทรัมป์อ้างข้อมูลจากไมโครซอฟต์ ว่า “แฮกเกอร์ของอิหร่าน” ส่งฟิชชิงอีเมล หรืออีเมลหลอกลวง ไปยังบัญชีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน ในแคมเปญหาเสียง เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา และทีมงานของนายเจ.ดี. แวนซ์ ตัวแทนของพรรครีพับลิกันในการชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี เผชิญกับการโจมตีทางไซเบอร์แบบเดียวกัน
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 แฮกเกอร์โจมตีระบบอีเมลของคณะกรรมการแห่งชาติพรรคเดโมแครต ซึ่งส่งนางฮิลลารี คลินตัน เป็นตัวแทนพรรคชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ด้านหลายฝ่ายกล่าวหาว่า รัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้อง และทรัมป์ “ส่งเสริม” ให้เกิดการโจมตีทางไซเบอร์ดังกล่าว.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



