ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ ผู้ช่วยอธิบดีกรมควบคุมโรค และนายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค ร่วมแถลงข่าวเตือนภัยโรคและภัยสุขภาพที่มากับน้ำฝนในช่วงฤดูฝน พร้อมเตือนประชาชนใส่ใจดูแลสุขภาพโดยแนะนำวิธีรับมือโรคและภัยสุขภาพในช่วงฝนนี้
ไข้หวัดใหญ่ แนวโน้มพบผู้ป่วยลดลง สายพันธุ์ที่พบมากที่สุด เป็นสายพันธุ์ A (H1N1) ข้อมูลวันที่ 1 มกราคม – 26 กรกฎาคม 2567 พบผู้ป่วยสะสม 316,123 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็กและกลุ่มวัยเรียน พบผู้เสียชีวิต 27 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป และไม่ทราบประวัติการได้รับวัคซีน เน้นย้ำกลุ่มเสี่ยงต่อโรครุนแรงรีบเข้ารับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ที่สถานพยาบาลของรัฐใกล้บ้าน
โรคติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) พบการระบาดสูงในช่วงหน้าฝน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ข้อมูลวันที่ 1 กันยายน 2564 – 3 สิงหาคม 2567 มีผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อไวรัส RSV 1,240 ราย พบมากในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และพบผู้เสียชีวิต 3 ราย กลุ่มเสี่ยงยังคงเป็นเด็กเล็ก และผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว จากการระบาดของเชื้อระบบทางเดินหายใจดังกล่าว ในช่วงฤดูฝน ขอเน้นย้ำให้ประชาชน ผู้ปกครอง และผู้สูงอายุ เตรียมพร้อมเฝ้าระวังและตระหนักในใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด โดยแนวทางการป้องกันสำหรับประชาชนทั่วไป ดังนี้ 1) ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ 2) เลี่ยงการนำมือที่ไม่สะอาดมาสัมผัสจมูก ปาก หรือตา 3) ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ช้อน ส้อม 4) หมั่นเช็ดถูทำความสะอาดของเล่นเด็กเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังพบเด็กป่วย 5) เลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ 6) หากไปในสถานที่ปิดหรือแออัด ควรสวมหน้ากากอนามัย ส่วนคำแนะนำสำหรับผู้ป่วย ดังนี้ 1) หยุดพักรักษาตัวที่บ้าน งดเข้ากิจกรรม สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ 2) ดื่มน้ำมากๆ 3) หากผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1 – 2 วัน เช่น หอบเหนื่อย ซึมลง รับประทานอาหารได้น้อย ควรรีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวยังสามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ด้วย
ไข้เลือดออก ยังคงพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (โดยเฉพาะภาคเหนือ) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 สิงหาคม 2567 พบผู้ป่วย 59,370 ราย พบมากสุดในกลุ่มวัยเรียน มีผู้เสียชีวิต 55 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ และมีโรคประจำตัว ขอเน้นย้ำมาตรการ ดังนี้ 1. เน้นการสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย 2. เน้นการควบคุมยุงพาหะ โดยหน่วยงานสาธารณสุขร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3. เน้นการวินิจฉัยและรักษาที่รวดเร็ว 4. เน้นการสื่อสารงดจ่ายยากลุ่ม NSAIDs ให้แก่ผู้ป่วยที่สงสัยเป็นโรคไข้เลือดออก เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายเลือดออกในทางเดินอาหารได้ และขอแนะนำให้ประชาชนทายากันยุงเพื่อป้องกันตนเองจากการถูกยุงกัด รวมถึงผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อไข้เลือดออกสู่บุคคลในครอบครัวและชุมชน
โรคมือ เท้า ปาก พบบ่อยในในช่วงฤดูฝน เชื้อเข้าสู่รางกายจากการนำมือไปสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ
และนำมาสัมผัสใบหน้า ขยี้ตา แคะจมูก หรือนำเข้าปาก เชื้อนี้จะปะปนอยู่ในน้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ รวมทั้งน้ำจากตุ่มผิวหนังของผู้ป่วย โดยคำแนะนำในการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก สำหรับสถานศึกษาทุกแห่ง และสำหรับพ่อ แม่ ผู้ปกครอง ดังนี้ หมั่นทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม สอนให้เด็กล้างมือด้วยน้ำสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนทานอาหาร และหลังเข้าห้องน้ำ คัดกรองเด็กก่อนเข้าเรียน หากพบเด็กป่วยให้รีบแจ้งผู้ปกครองให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์ และควรแยกเด็กออกจากเด็กคนอื่นในครอบครัว พร้อมให้หยุดเรียน 1 สัปดาห์ให้พ้นระยะการแพร่เชื้อ
โรคที่มากับน้ำท่วม 1) โรคเมลิออยด์ (ไข้ดิน)พบมากในช่วงฤดูฝน เชื้อจะเข้าทางผิวหนังเมื่อแช่น้ำ
เป็นเวลานาน การดื่มน้ำไม่สะอาด หรือการหายใจเอาฝุ่นดินที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป 2) ไข้ฉี่หนู จะพบผู้ป่วยมากในช่วงฤดูฝน ทั้ง 2 โรคดังกล่าว สามารถป้องกันโดย 1. หลีกเลี่ยงการลุยน้ำย่ำโคลน หรือสัมผัสดินโดยตรง หากจำเป็นให้สวมรองเท้าบูท และถุงมือยาง หลังสัมผัสดินและน้ำให้ทำความสะอาดร่างกายด้วยสบู่ทันที 2. ทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกทุกครั้ง 3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสลมฝุ่น และการอยู่ท่ามกลางสายฝน 4.เกษตรกรและผู้ป่วยโรคเบาหวาน หากมีไข้สูงต่อเนื่อง 3 วัน ร่วมกับมีประวัติสัมผัสดินและลุยน้ำ ให้รีบไปพบแพทย์และแจ้งประวิติสัมผัสทันที
ภัยสุขภาพอื่นที่มากับฤดูฝน โดยเฉพาะในสถานการณ์น้ำท่วม การป้องกัน ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้ 1) จมน้ำ ขอให้ประชาชนยึดหลัก “4 ห้าม 4 ให้” โดย 4 ห้าม ได้แก่ ห้ามหาปลาในบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง ห้ามดื่มสุราแล้วลงไปในน้ำหรือเล่นน้ำ ห้ามเดินผ่านหรือขับรถฝ่ากระแสน้ำท่วม ห้ามเด็กลงเล่นน้ำ และ 4 ให้ ได้แก่ ให้อพยพไปยังพื้นที่สูง ให้รีบออกจากพื้นที่ในกรณีเกิดน้ำท่วม ให้สวมเสื้อชูชีพ หรือนำอุปกรณ์ที่ลอยน้ำได้ติดตัวไปด้วย ให้เดินทางเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือกันเวลาฉุกเฉิน ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารสภาพอากาศตามประกาศเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด 2) สัตว์มีพิษกัดต่อย เช่น งู ตะขาบ แมงป่องที่อาจหนีน้ำมาหลบซ่อนอยู่ตามบ้านให้สอดส่องและสังเกตมุมอับของบ้านเป็นประจำ สำรวจเสื้อผ้าและรองเท้าก่อนสวมใส่ทุกครั้ง 3) ไฟฟ้าช็อต ให้สับคัตเอาต์ตัดกระแสไฟพร้อมย้ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กไฟขึ้นที่สูง ไม่ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าขณะตัวเปียกชื้น หรือกำลังยืนอยู่บนพื้นที่เปียก ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเป็นประจำ ห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่โดนน้ำท่วม และหลีกเลี่ยง การเดินลุยน้ำเข้าใกล้ปลั๊กไฟ สายไฟหรือเสาไฟฟ้า ห้ามสัมผัสตัวผู้ที่ถูกไฟฟ้าดูดด้วยมือเปล่า ให้ใช้ถุงมือยาง ผ้าแห้ง หรือพลาสติกแห้ง และโทรแจ้ง 1669 ทีมแพทย์ฉุกเฉินทันที



