สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ว่าออสเตรเลียอนุมัติแผนการสร้างฟาร์มพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ภายใต้โครงการ “เขตพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก” บนพื้นที่ห่างไกล ในดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรีทางตอนเหนือของประเทศ

นางทันยา พลิเบอร์เซก รมว.สิ่งแวดล้อมออสเตรเลีย กล่าวว่า ฟาร์มแห่งนี้จะสามารถผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ได้เพียงพอ สำหรับบ้านเรือน 3 ล้านหลัง ประกอบไปด้วยแผงโซลาร์, แบตเตอรี่ และสายเคเบิลเชื่อมต่อระหว่างออสเตรเลียกับสิงคโปร์ ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวปูทางสู่การพัฒนาให้ออสเตรเลียเป็นผู้นำระดับโลกด้านพลังงานสีเขียว

โครงการซันเคเบิล ครอบคลุมพื้นที่ 12,000 เฮกตาร์ (ราว 75,000 ไร่) และได้รับการสนับสนุนจากนายไมค์ แคนนอน-บรูคส์ มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม โครงการดังกล่าวจะสามารถผลิตพลังงาน 4 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมงสำหรับใช้ในบ้าน และส่งออกอีก 2 กิกะวัตต์ไปยังสิงคโปร์

ปัจจุบัน ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกถ่านหินและก๊าซรายใหญ่ของโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาทิ สภาพอากาศร้อนจัด, น้ำท่วม และไฟป่า แม้ชาวออสเตรเลียจะมีความกระตือรือร้นกับการใช้แผงโซลาร์เซลล์ในครัวเรือนมากที่สุดในโลก แต่รัฐบาลกลับมีความล่าช้าในการยอมรับพลังงานหมุนเวียน

ตามข้อมูลล่าสุดของรัฐบาลออสเตรเลีย สัดส่วนพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นร้อยละ 32 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของออสเตรเลีย ในปี 2565 ขณะที่สัดส่วนพลังงานถ่านหินคิดเป็นร้อยละ 47.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES