สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ว่า กระทรวงพลังงานอินโดนีเซีย แนะนำให้เพิ่มการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม 5 กิกะวัตต์ ภายในปี 2573 เมื่อเทียบ 8 กิกะวัตต์ ที่เสนอภายใต้โครงการพันธมิตรการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (เจอีทีพี) ของประเทศ
ความเคลื่อนไหวข้างต้น ทำให้กระทรวงพลังงานอินโดนีเซีย คาดว่าจะผลิตไฟฟ้าพลังงานลมได้เพียง 37 กิกะวัตต์ ภายในปี 2603 เมื่อเทียบกับ 45 กิกะวัตต์ ภายในช่วงกลางศตวรรษ ภายใต้แผนความร่วมมือดังกล่าว
Indonesia plans to install less wind power than envisaged under an international energy transition plan, a blow to those hoping for a bigger role for renewables in Southeast Asia’s top emitter https://t.co/a3at4Cq8Pu
— Bloomberg (@business) September 27, 2024
ทั้งนี้ ข้อตกลงเจอีทีพีของอินโดนีเซีย ได้รับการประกาศเมื่อปี 2565 โดยมีเป้าหมายเพื่อระดมเงินสนับสนุนและเงินกู้ มูลค่าประมาณ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 644,000 ล้านบาท) จากประเทศร่ำรวย และธนาคารระหว่างประเทศ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานของอินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม ความคืบหน้าของโครงการประสบกับการชะงักงัน เนื่องจากความไม่เต็มใจที่จะเลิกใช้ถ่านหิน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะกฎหมายที่ป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินของรัฐ
แม้พลังงานลมคาดว่าจะมีบทบาทค่อนข้างน้อย ในสัดส่วนพลังงานในอนาคตของอินโดนีเซีย เมื่อเทียบกับพลังงานแสงอาทิตย์ แต่การปรับลดเป้าหมาย สะท้อนถึงความเคลือบแคลงสงสัยที่เพิ่มขึ้นในรัฐบาลจาการ์ตา เกี่ยวกับความสามารถในการบรรลุเป้าหมาย ภายใต้โครงการเจอีทีพี.
เครดิตภาพ : AFP



