เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรค และนายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรค ให้การต้อนรับ นพ.บัณฑูรย์ เกียรติก้องชูชัย ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ชทพ. ซึ่ง นพ.บัณฑูรย์ เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดชัยภูมิ และเป็นอดีตกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ซึ่งตระกูลเกียรติก้องชูชัย ถือเป็นครอบครัวนักการเมืองในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิมานาน
นอกจากนี้ ยังมีผู้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ชทพ. อีกหลายคน ทั้งที่มาจากภาคธุรกิจ และภาคท้องถิ่น อดีตสมาชิกพรรคการเมืองอื่น อาทิ ส.อ.คิมหันต์ ตลับนาค อดีตผู้ช่วยโฆษกพรรคประชาภิวัฒน์ และเลขาธิการคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติประจำรัฐสภารัฐสภา, นายปิยวิทย์ โกฏเพชร ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดชุมพร และสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ, นายญาณทัศน์ หาญสุข นักธุรกิจจาก จ.พะเยา, นายฐิตวัฒน์ นิธิผดุงวงศ์ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของโรงเรียนอนุบาลแสงเรืองศึกษา เขตสาทร

โดยนายประภัตร กล่าวว่า ขอขอบคุณและชมเชยทุกคนที่มาช่วยเหลือพรรค ชทพ. ในการร่วมมือและขยายกิจกรรมต่างๆ ของพรรค เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์กับประชาชนในหลายพื้นที่ ซึ่งประชาชนทุกคนรู้จักนายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 เป็นอย่างดี และเป็นที่ยอมรับกัน

ด้าน นายวราวุธ กล่าวว่า ขอบคุณที่ทุกคนให้เกียรติกับพรรค ชทพ. ในสมัยที่เป็นพรรคชาติไทยมาจนถึงวันนี้ เราเป็นสถาบันการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดพรรคหนึ่ง ตลอดเวลาที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ไม่อยู่ เราอาจจะไม่ถูกตาต้องใจของหลายคน เพราะเราไม่เน้นเล่นการเมือง โดย 2 ปีที่ผ่านมาที่ทำงานร่วมรัฐบาลเราจะไม่เล่นการเมือง เพราะเรามีหน้าที่ทำงาน แก้ปัญหาให้กับประชาชน ซึ่งยิ่งแก้ปัญหาก็ยิ่งเยอะ เช่น วันนี้เจอปัญหาเรื่องน้ำท่วม แล้วปีหน้าจะเจอปัญหาอะไรอีก แต่เป้าหมายเราคือการทำงานให้ประชาชน พรรค ชทพ. ไม่ใช่พรรคใหญ่ แต่เป็นพรรคเสียงข้างมาก เราเคยเป็นมาแล้ว เป็นพรรคเหลือ 10 กว่าเสียง เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล พรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน เราเคยผ่านมาหมดแล้ว แต่สิ่งที่เรามีทำให้พรรค ชทพ. อยู่ได้มาจนถึงวันนี้คือ เราอยู่กันอย่างเป็นครอบครัว
“ใครๆ บอกว่ารัฐบาลชุดนี้ง่อนแง่น จะเลือกตั้งในเร็วนี้แล้ว ผมเห็นว่าพูดอย่างนี้กันมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าอีก 1 ปี กว่าจะเลือกตั้ง ดังนั้นเหลือเวลาอีกหนึ่งปี แต่เราต้องไม่ประมาทเพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การทำงานในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ เข้าถึงประชาชน รับรู้ความเดือดร้อน เอาใจเขามาใส่ใจเรา จึงจะเป็นมิติใหม่ หากเราเข้ามาเดินในสายการเมืองเพราะงานการเมืองจะไม่เหมือนกับงานธุรกิจ” นายวราวุธ กล่าว
นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ผ่านมาหลาย 10 ปีแล้วพรรค ชทพ. เรายังอยู่ โดยยึดหลักการทำงานตามที่นายบรรหาร เคยพูดไว้ คือ สร้างมิตร ไม่มีศัตรูทางการเมือง ทำให้ทุกพรรคการเมืองมีความไว้วางใจ ตั้งแต่พรรคชาติไทยมาถึงพรรค ชทพ. อีกทั้งพรรคเราไม่แบ่งว่ารุ่นใหม่รุ่นเก่าใครที่แบ่งแยกรุ่น คือคิดผิด และเป็นความคิดที่แย่มาก เพราะการที่จะเดินไปข้างหน้าต้องใช้ประสบการณ์คนรุ่นเก่า ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยทำงาน การผสมผสานรุ่นเก่ากับรุ่นใหม่จะทำให้พรรค ชทพ. ทำงานได้แตกต่างจากพรรคการเมืองอื่น ทำให้เราเป็นบ้านที่เป็นบ้านของทุกคน แล้วเราจะจูงมือกันเข้าสภาฯ แต่ในปีไหนก็ยังไม่ทราบ เอาเป็นว่าเมื่อมีการเลือกตั้งแล้วกัน.



