สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ ว่าอิหร่าน “มีสิทธิและความชอบธรรม” ที่จะป้องกันตนเอง “จากความก้าวร้าวทุกรูปแบบ” ตามที่ระบุอยู่ในมาตรา 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ( ยูเอ็น )
Iran’s Army has announced the martyrdom of two of its forces in Israel’s pre-dawn aggression on a number of military positions across the country.
— Press TV ???? (@PressTV) October 26, 2024
Read more: https://t.co/3jitwqbeZY pic.twitter.com/KJEY4ZaXxq
อิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่าน เมื่อช่วงรุ่งสางของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อตอบโต้การยิงขีปนาวุธของอิหร่าน เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ อิสราเอลยืนยันว่า เป้าหมายทั้งหมดที่โจมตีเกี่ยวข้องกับ “กิจการทหาร” ของอีกฝ่ายเท่านั้น ส่วนใหญ่เน้นพื้นที่รอบกรุงเตหะราน และพื้นที่บางแห่งทางตะวันตกของอิหร่าน
Iran says it has ‘duty to defend itself’ after Israeli strikes; 2 soldiers killed https://t.co/96ImD2m21V
— The Times of Israel (@TimesofIsrael) October 26, 2024
ด้านกระทรวงกลาโหมอิหร่านออกแถลงการณ์ ว่าความเสียหายเชิงโครงสร้างจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลครั้งนี้ “อยู่ในวงจำกัด” แต่มีทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 2 นาย
ทั้งนี้ พล.ร.ต.ดาเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล กล่าวว่า ปฏิบัติการทั้งหมด “เป็นไปตามแผนการและบรรลุเป้าหมาย” สามารถทำลายระบบขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศของอิหร่าน และยังทำลาย “ขีดความสามารถในการโจมตีทางอากาศ” ของอิหร่าน “ได้อีกจำนวนหนึ่งด้วย” พร้อมทั้งเตือนว่า หากอิหร่านคิดตอบสนองกับการโจมตีครั้งนี้ของอิสราเอล จะถือเป็น “การเริ่มต้นการยั่วยุรอบใหม่” และสร้างความชอบธรรมอีกครั้งให้กับอิสราเอลในการตอบโต้ “อย่างสาสม”
อนึ่ง ปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลครั้งนี้ เกิดขึ้นเกือบ 1 เดือน หลังกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) ยิงขีปนาวุธราว 200 ลูก ใส่อิสราเอล เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลสังหารพันธมิตรหลายคนในแนวร่วม “อักษะแห่งการต่อต้าน” รวมถึงนายฮัสซัน นาสราลเลาะห์ ผู้นำสูงสุดของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ และนายอิสมาอิล ฮานิเยห์ ผู้นำสูงสุดฝ่ายการเมืองของกลุ่มฮามาส.
เครดิตภาพ : AFP



