สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ว่านายโจเซป บอร์เรลล์ ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป ( อียู ) กล่าวระหว่างการเยือนกรุงเคียฟ ว่าหนึ่งในนโยบายต่างประเทศที่อียูให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น คือการมอบความสนับสนุนให้แก่ยูเครน และภารกิจนั้นจะยังดำเนินต่อไป เพื่อช่วยเหลือรัฐบาลเคียฟในการป้องกันตนเอง จากความก้าวร้าวของรัสเซีย
ขณะเดียวกัน บอร์เรลล์กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยังคงอยู่ในวาระ และมีการอำนาจในการตัดสินใจ จึงยังเร็วเกินไป ที่จะคาดการณ์ตั้งแต่ตอนนี้ ว่านโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลสหรัฐชุดใหม่จะเป็นอย่างไร
I was glad to meet with @andrii_sybiha in Kyiv to discuss the latest geostrategic & frontline developments.
— Josep Borrell Fontelles (@JosepBorrellF) November 9, 2024
I stressed to him that the EU will continue supporting Ukraine along all lines, while garnering global support for Ukraine‘s Peace Formula, grounded on the UN Charter. pic.twitter.com/6qltwufWFW
ทั้งนี้ นับตั้งแต่สงครามในยูเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 สมาชิกอียูทั้ง 27 ประเทศ ร่วมกันมอบความช่วยเหลือให้แก่ยูเครน เป็นวงเงินมากกว่า 125,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 4.27 ล้านล้านบาท ) ขณะที่สหรัฐประเทศเดียวมอบความสนับสนุนเป็นวงเงินมากกว่า 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว ( ราว 3.07 ล้านล้านบาท )
อย่างไรก็ตาม นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด เกี่ยวกับการที่รัฐบาลไบเดน “ทุ่มเท” ให้ความช่วยเหลือยูเครน และกล่าวว่า สงครามครั้งนี้ “ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แรก” พร้อมทั้งประกาศว่า จะยุติสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน “ทันที” เมื่อรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่มีการกล่าวอย่างชัดเจน ว่าจะทำอย่างไร.
เครดิตภาพ : AFP



