พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะกรรมการ(บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด(มหาชน) และนายกีรติ กิจมานะวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ได้หารือนายยาม คุม เหว่ง (ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้บริหารระดับสูงของท่าอากาศยานชางงีกรุ๊ป (Changi Airport Group : CAG) ประเทศสิงคโปร์ เพื่อประสานความร่วมมือในการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ(ทสภ.) ให้ติด 1 ใน 20 อันดับท่าอากาศยานที่ดีที่สุดในโลกใน 5 ปี (ปี 72) ตามนโยบายรัฐบาล เบื้องต้นจะดำเนินการ 3 ระยะ
1. ระยะเร่งด่วน เพิ่มความสะดวกสบายควบคู่กับการลดระยะเวลารอคอยของผู้โดยสาร
2.ระยะกลางจะเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร และเที่ยวบิน
3.ระยะยาว มุ่งเน้นการก่อสร้างท่าอากาศยานแห่งใหม่ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมการซ่อมบำรุงอากาศยาน และกิจกรรมให้มีความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน

นายกีรติ กล่าวว่า เตรียมแผนพัฒนารองรับการเป็นศูนย์กลาง(ฮับ) การบิน โดยในปี 67 จะพัฒนาคุณภาพการบริการ เพื่อให้ทสภ. ติดอันดับ 1 ใน 50 ท่าอากาศยานดีที่สุดในโลก และติดอันดับ 1 ใน 20 ภายใน 5 ปี โดยดูตัวอย่างจากประเทศที่ประสบความสำเร็จ ติดระดับท็อปของโลก ซึ่งท่าอากาศยานชางงีติดอันดับ 1-2 ของโลกมาโดยตลอด คาดว่าจะนำประสบการณ์ที่ได้จากการเรียนรู้ มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับ ทสภ.พร้อมตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี ทสภ. และท่าอากาศยานดอนเมือง(ทดม.) จะมีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 200 ล้านคน/ปี

นายกีรติ กล่าวต่อว่า การจะติดอันดับ 1 ใน 20 ท่าอากาศยานดีที่สุดในโลกได้ ต้องมีพื้นที่ และรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น ขณะนี้ ทสภ. มีแผนเตรียมเปิดประมูลส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ใช้เวลา 3 ปี รองรับผู้โดยสารเพิ่ม 15 ล้านคนต่อปี รวมทั้งอยู่ระหว่างทบทวนแม่บทพัฒนา ทสภ. คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี 68 โดยจะพัฒนาระยะที่สาม

เบื้องต้นจะพัฒนาพื้นที่ทางด้านทิศใต้ ทสภ. ประกอบด้วย การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านใต้ ซึ่งจะรวมเข้ากับอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 2 (Satellite 2: SAT-2), โครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้น(รันเวย์) ที่ 4 และรถไฟฟ้าไร้คนขับหรือ APM เชื่อมต่ออาคารผู้โดยสารหลักในปัจจุบัน และห้างสรรพสินค้า วงเงินไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท

นอกจากนี้จะจัดสรรพื้นที่ใกล้อาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ เพื่อพัฒนาให้เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ 2 แสนตารางเมตร(ตร.ม.) โดยทำเป็นห้างสรรพสินค้าลักษณะเดียวกับ Jewel Changi Airport ที่ท่าอากาศยานชางงี ซึ่งอยู่นอกเขตการบินไม่ใช่ผู้โดยสารก็เข้าใช้บริการห้างสรรพสินค้าได้ด้วย ไม่ได้เป็นร้านค้าปลอดภาษี หรือร้านเอาท์เล็ตไม่กระทบกับร้านค้าดิวตี้ฟรี และร้านเอาท์เล็ท ที่อยู่ภายในสนามบิน และบริเวณใกล้เคียงกับ ทสภ. เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดประมูลได้ในปี 68 ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จ และเปิดบริการได้ในปี 74 ทำให้ ทสภ. รองรับผู้โดยสารได้ 150 ล้านคนต่อปี



