สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ร่วมกับ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย จัดโครงการ “มองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้” ครั้งที่ 6 เพื่อให้สื่อมวลชนไทยมีความเข้าใจเกี่ยวกับจีนยุคใหม่ได้รอบด้านมากขึ้นอันจะนำไปสู่การรายงานข่าวสารได้อย่างถูกต้องครบถ้วน และเพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชนไทยกับหน่วยงานต่างๆ ในสาธารณรัฐประชาชนจีน อีกทั้งเพื่อเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างสื่อมวลชนไทย

เศรษฐกิจจีนมีความก้าวหน้าไปอย่างมากเป็นที่จับตาของคนทั่วโลก เพราะเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมการผลิตใหญ่ที่สุดในโลก และยังมีจำนวนผู้บริโภคในตลาดมากที่สุด โดยทางสมาคมนักฯเห็นว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์ ต่อสื่อมวลชนไทยที่สนใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจีน และเพื่อให้เกิดประสบการณ์ตรงก็ได้จัดให้มีการศึกษาดูงาน เพื่อนำมาพัฒนาประกอบการทำงานทั้งมุมมองและวิสัยทัศน์ของสื่อที่เปิดกว้างมากขึ้น และเข้าใจสาธารณรัฐประชาชนจีน มากขึ้น

อย่างไรก็ตามโครงการนี้มีสื่อมวลชนไทย จำนวน 25 คน เดินทางไปการศึกษาดูงานที่เมืองฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะไปเยี่ยมชมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นยังสถานที่สำคัญๆของเมืองฉงชิ่ง อาทิ โรงงานผลิตรถยนต์ฉางอันเหลียงเจียง วิทยาลัยการศึกษาและเทคนิควิศวกรรมฉงชิ่ง เยี่ยมชมศูนย์นิทรรศการศูนย์โลจิสติกส์นานาชาติท่าเรือ เยี่ยมชมกลุ่มสิ่งแวดล้อมSanfeng สำนักงานการต่างประเทศเทศบาลนครฉงชิ่ง และชมนิทรรศการ Chongqing Planing Exhibition Hall

เมืองฉงชิ่ง (Chongqing) ประเทศจีน ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองสีเขียว” ของจีน เนื่องจากการพัฒนาและการส่งเสริมพื้นที่สีเขียวและความยั่งยืนในด้านสิ่งแวดล้อม ฉงชิ่งมีการใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยและการวางแผนที่เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของเมืองและการอนุรักษ์ธรรมชาติ
หนึ่งในไฮไลท์ของ “เมืองฉงชิ่ง” คือ พื้นที่สีเขียวและสวนสาธารณะจำนวนมาก เช่น สวน Eling Park และ Gele Mountain Forest Park ที่มอบบรรยากาศอันร่มรื่นและเป็นที่พักผ่อนของประชาชนในเมือง โดยมีการปลูกต้นไม้จำนวนมากและสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยลดมลพิษทางอากาศและปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนในเมือง

นอกจากนี้เมืองฉงชิ่งยังมีโครงการก่อสร้างอาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การสร้างระบบขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟฟ้ารางเบาและรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อทั่วทั้งเมือง ช่วยลดปัญหาจราจรและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเป็นเมืองสีเขียวของฉงชิ่งยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาของจีนที่ต้องการลดมลพิษและเพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งปลูกฝังจิตสำนึกของพลเมืองให้หันมารักษ์โลก ใส่ใจสิ่งแวดล้อม จากมหานครยอดแย่กลายมาเป็นมหานครสีเขียวที่น่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีในหลายๆประเทศ
“มหานครฉงชิ่ง” สาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้ได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีการพัฒนาเมืองของจีนมากมายอย่างแปลกตาปแปลกใจมาก เมืองมหานครฉงชิ่ง เป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มีเนื้อที่ราว 82,400 ตารางกิโลเมตร เกือบเท่ากับภาคกลางของประเทศไทย มีประชากร 32 ล้านคน โดยมหานครแห่งนี้เป็นเมืองเศรษฐกิจทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งมหานครแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา แต่จีนสามารถเนรมิตให้เป็นเมืองการค้าการลงทุนที่สำคัญได้

ย้อนไปเมื่อ10 ปีก่อน เมืองเศรษฐกิจของแผ่นดินใหญ่แห่งนี้ เคยประสบปัญหามลพิษอากาศอย่างมาก มีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากอุตสาหกรรม การเผาไหม้ถ่านหิน และเชื้อเพลิงชีวภาพ ทำให้รัฐบาลเร่งออกนโยบายทุกทางเพื่อแก้ปัญหา ที่รู้จักกันก็คือ สงครามปกป้องท้องฟ้าสีคราม (Blue sky defense battle) รวมถึงนโยบายการส่งเสริมพลังงานสะอาด โดยเมืองแห่งนี้มี Green Chongqing ที่สำคัญ คือ มีภูมิทัศน์สวยงาม ต้นไม้ใหญ่ พร้อมพื้นที่สีเขียวสองข้างถนนถูกจัดการเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมี องค์กรพัฒนาเอกชนหรือ NGO ได้เข้ามามีส่วนช่วยเฝ้าระวังมลพิษ และทำงานร่วมกับบริษัทเอกชนมากขึ้น รวมทั้งกระตุ้นเยาวชน และสังคมให้เรียนรู้ และปกป้องธรรมชาติ นำองค์ความรู้สมัยใหม่เข้ามาใช้ในการทำเกษตร สร้างงานให้กับคนในท้องถิ่น โดยได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ มีธุรกิจสตาร์ตอัปใหม่ๆ ด้านธุรกิจพลังงานสะอาดขยายตัวมาก โดยการสนับสนุนจากรัฐบาล
มหานครฉงชิ่ง นับว่าเป็นอีกเมืองตัวอย่างที่ดีแห่งหนึ่งของโลก ในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเมือง จากเมืองแห่งมลพิษทางอากาศ ก้าวข้ามไปสู่เมืองสีเขียวได้อย่างก้าวกระโดด พร้อมๆไปกับการขยายตัวของเศรษฐกิจของจีน.



