นายกิตติพล รวยฟูพันธ์ รองโฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ประชุมหารือกับ นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ถึงการชดเชยผลกระทบด้านเสียงโครงการทางวิ่ง (รันเวย์) เส้นที่ 3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เนื่องจากมีประชาชนหลายหลังคาเรือนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ทสภ. ร้องเรียนเข้ามาสอบถามถึงหลักเกณฑ์การได้รับการชดเชย และช่องทางการติดต่อในการแจ้งข้อมูล โดย ทอท. แจ้งว่า สำหรับกลุ่มที่อยู่ในหลักเกณฑ์การชดเชย จะเร่งปรับแผนการจ่ายเงินค่าชดเชย

พร้อมกับจ้างที่ปรึกษาเพื่อประเมินราคา และจ่ายเงินค่าปรับอาคารเพิ่มให้ครบจำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างเหมาะสม ซึ่งกลุ่มที่มีปัญหาเอกสารกรรมสิทธิ์ จะเสนอเข้าคณะทำงานของหน่วยงานราชการ เพื่อรับรองเอกสารให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป สำหรับกลุ่มที่อยู่นอกหลักเกณฑ์การชดเชย ล่าสุดได้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เข้าลงพื้นที่ตรวจสอบระดับเสียงจริง หากพบว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ จะชดเชยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

ด้านนายสุรจิตต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีประชาชนมาร้องเรียนกับ กทม. ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจำนวนมาก ซึ่งจากการสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่า กำลังเร่งดำเนินงานอย่างเคร่งครัด แต่ยังไม่สามารถรับการร้องเรียนของประชาชนได้อย่างทั่วถึง และครบถ้วน กทม. จึงพร้อมเป็นสื่อกลางการประชาสัมพันธ์ และกระจายข้อมูล เพื่อให้ประชาชนได้ทราบถึงขั้นตอน และกระบวนการต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเหมาะสม และเท่าเทียมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้ ทอท. ได้แจ้งถึงกระบวนการในการดำเนินงาน ซึ่งทุกขั้นตอนต้องใช้ความละเอียดสูง เพื่อให้เกิดความถูกต้องตามข้อกฎหมาย และเป็นธรรมมากที่สุด เบื้องต้นคาดว่าการชดเชยให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเสียงบริเวณรันเวย์ที่ 3 จะเริ่มช่วงต้นปี 68

ขณะที่ ทอท. แจ้งว่า ปัจจุบันนี้อยู่ในขั้นตอนการสรุปปัญหาของจำนวนอาคารที่เพิ่มขึ้นจากที่ระบุไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) รวมถึงเอกสารประกอบการรับเงินไม่ครบถ้วน, ไม่ถูกต้อง และรอการรับรองปีปลูกสร้างจากทางราชการ ขณะที่บางหลังคาเรือนไม่ต้องการรับเงินค่าชดเชย ซึ่งหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ประชาชนได้ทราบต่อไป พร้อมกันนี้ ทอท. จะเร่งประชาสัมพันธ์รายละเอียดข้อมูลต่างๆ ในทุกช่องทาง เพื่อให้ประชาชนได้ทราบข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว และทั่วถึง พร้อมทั้งจะตรวจสอบช่องทางการรับเรื่องร้องเรียน ผ่านโทรศัพท์ส่วนกลาง และช่องทางอื่น ๆ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับวงเงินชดเชยผลกระทบด้านเสียงฯ อยู่ที่ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท.



