ตอนนี้เป็นช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ วงการกีฬาไทยน่าจับตามองเป็นอย่างมาก ในปีใหม่ที่กำลังมาเยือน
เริ่มกันที่ “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล ซึ่งเข้าสู่แอลพีจีเอทัวร์ ตั้งแต่ฤดูกาล 2022 คว้าแชมป์ LPGA Tour ได้ 2 รายการ ก่อนจบฤดูกาลด้วยรางวัลนักกอล์ฟหน้าใหม่ยอดเยี่ยมแห่งปี Rookie of the Year และมีช่วงที่ได้ขึ้นไปครองมือ 1 ของโลกอยู่ช่วงสั้นๆ ด้วย จากนั้นปีที่ 2 อาจจะไม่หวือหวา เพราะไม่ได้แชมป์ใดๆ ติดมือ แต่ก็ยังคว้ารางวัล Vare Trophy สำหรับนักกอล์ฟที่ทำสกอร์เฉลี่ยต่ำสุดในรอบปี

ในฤดูกาลที่ 3 ในปีนี้ โปรจีน มีปัญหาบาดเจ็บ มาเริ่มแข่งได้กลางเดือนเมษายน ก้าวไปคว้าแชมป์ LPGA Tour รายการที่ 3 ของตัวเองโดยจับคู่กับ หยิน รั่วหนิง เพื่อนสนิทอดีตมือ 1 ของโลกชาวจีนในศึก Dow Championship ในเดือนมิถุนายน ก่อนประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ช่วงปลายปีทั้งคว้าโบนัส 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 35 ล้านบาท) จากรางวัลเล่นหลุมยาก Aon Risk Reward Challenge ที่เคยจบอันดับ 2 มาทั้ง 2 ปีก่อนหน้านี้ รวมถึงคว้าแชมป์รายการส่งท้ายปี CME Group Tour Championship พร้อมเงินรางวัลมหาศาล 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 138 ล้านบาท)
เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นกับตัวเองในปีนี้ โปรจีน บอกว่า อาการบาดเจ็บที่ทำให้ไม่ได้แข่งขันหลายเดือนช่วงต้นปีนี่แหละ คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดกับตัวเองในรอบปี เพราะสอนอะไรหลายอย่างให้ตัวเอง เมื่อเจ็บจนต้องพักการแข่งขันไปนาน ก็ทำให้มุมมองที่มีต่อกีฬากอล์ฟของตนเปลี่ยนไป จากที่เคยกังวลหรืออาจจะมองไปที่ผลลัพธ์เป็นสำคัญ ณ จุดหนึ่งก็ได้คิดว่า ขอแค่ได้ลงไปเล่น ไปตีกอล์ฟอีกครั้งก็ดีมากพอแล้ว บางครั้งกดดันตัวเองมากเกินไป ลงแข่งขันโดยไม่รู้สึกสนุกเหมือนอย่างเคย กระทบถึงผลงานในสนาม

แต่ตอนนี้ โปรจีน ค้นพบตัวตนของตัวเองแล้ว หวังว่าปีใหม่นี้จะสร้างผลงานกระหึ่ม
ส่วนนักกีฬาไทยอีกคนที่ต้องจับลตา คือ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดโมโตจีพีชาวไทยจาก ทีมอิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ ซึ่งเป็นนักบิดไทยคนแรกที่ก้าวขึ้นสู่โมโตจีพีสำเร็จ ขยับจากการเป็นนักแข่งในรุ่นโมโตทู ขึ้นสู่การแข่งขันในรุ่นโมโตจีพี ในปี 2025

ก้อง จบภารกิจทดสอบ โมโตจีพี 2025 ซึ่งมีขึ้นเมื่อ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่ เซอร์กิต เด บาร์เซโลนา-คาตาลุนญา ประเทศสเปน เป็นเวลา 7 ชั่วโมงเต็ม ลงบิดไปทั้งสิ้น 61 รอบสนาม รั้งอันดับ 23 ของการเทสต์ ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 41.295 วินาที ตามหลังหัวแถว 2.492 วินาที เผยว่า ได้ทำการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบของรถ ไม่ว่าจะเป็น เบรก ยาง อิเล็กทรอนิกส์ และการที่ทีมส่งข้อความมายังตัวรถ ว่าจะต้องทำอะไร ปรับตั้งค่าอะไรบ้าง นอกจากนี้ ยังได้ทำความเข้าใจกับเรื่องยางที่ใช้ใน โมโตจีพี ด้วย เพื่อให้ได้พร้อมที่สุดสำหรับการทดสอบครั้งต่อไป ฝากทุกคนเชียร์
การทดสอบครั้งต่อไปของ โมโตจีพี จะมีขึ้นในวันที่ 31 ม.ค.-2 ก.พ. 2025 ในช่วงเช็กดาวน์ ที่ เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย และทดสอบอย่างเป็นทางการที่สนามเดียวกัน ระหว่างวันที่ 5-7 ก.พ. 2025 จากนั้นจะกลับมาทดสอบที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ ก่อนจะดวลความเร็วสนามแรกในฤดูกาลหน้าในเมืองไทย ระหว่างวันที่ 28 ก.พ.- 2 มี.ค. 2025 หรือปีหน้า
“ผมตื่นเต้นมากกับการจับรถโมโตจีพีครั้งแรก ยังต้องเรียนรู้และปรับตัวอีกหลายจุด เช่น ท่าทางการขับขี่ และเสริมความแข็งแรงของร่างกาย ขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนชาวไทยและผู้สนับสนุน ยืนยันปีหน้าสู้เต็มที่ ทุ่มเทสุดตัวแน่นอน” ก้อง กล่าว

ส่งท้าย ขอแสดงความยินดีกับกีฬาเทคบอลไทย ที่มีเอกลักษณ์ด้วยลีลากระโดดฟาดทำแต้มแบบตะกร้อ ไปสร้างประวัติศาสตร์ครองเจ้าเหรียญทองในเทคบอลโลก 2024 ที่ประเทศเวียดนาม คว้า 4 เหรียญทอง และ 1 เหรียญทองแดง จาก 5 ประเภท โดยได้เหรียญทอง ประเภทเดี่ยวหญิง จุฑาทิพย์ กันทะธง คว้าแชมป์โลกครั้งแรก, เหรียญทอง ประเภทคู่หญิง สุภาวดี วงศ์คำจันทร์ และจุฑาทิพย์ กันทะธง รักษาแชมป์เป็นปีที่สอง, เหรียญทอง ประเภทคู่ชาย สรศักดิ์ เทาสิริ และจีรติ จันทร์เลียง คว้าแชมป์โลกครั้งแรก, เหรียญทอง ประเภทคู่ผสม พักตร์พงษ์ เดชเจริญ และสุภาวดี วงศ์คำจันทร์ ป้องกันแชมป์สำเร็จ และเหรียญทองแดง ประเภทเดี่ยวชาย บุญคุ้ม ทิพย์วงค์
นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการเทคบอลไทย จากการที่ปี 2022 ไทยเข้าร่วมครั้งแรก ไม่ได้แชมป์โลก, ปี 2023 ไทยเข้าร่วมครั้งที่ 2 ได้ 2 แชมป์โลก และปีนี้ไทยเข้าร่วมครั้งที่ 3 ได้ 4 แชมป์โลก ส่วนปีใหม่นี้ กีฬาเทคบอลไทย จึงน่าจับตาเป็นอย่างยิ่ง
ปีใหม่ที่กำลังมาเยือน จึงนับว่าน่าจับตา ทั้ง อาฒยา สมเกียรติ และเทคบอลไทย
“คม ท่าดี”



