นายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. ถึงกรณีทรูได้ทำหนังสือมายังบอร์ด กสทช.ขอให้ทบทวนมาตรการเฉพาะหลังควบรวมทรูกับดีแทค ตามที่ กสทช.กำหนด ว่า ทรูได้ทำหนังสือส่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ก็ต้องเป็นหน้าที่ของบอร์ดทุกคนเป็นผู้พิจารณา ซึ่งเป็นการทำตามกระบวนการและต้องดูข้อมูลจากรายงานการศึกษาเปรียบเทียบมาตรการเฉพาะกรณีการรวมธุรกิจ ระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) และกรณีการรวมธุรกิจระหว่างบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (เอดับบลิวเอ็น) และบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3บีบี ที่ให้สำนักงาน กสทช.จัดทำมาประกอบการพิจารณาด้วย

“ผมขอชี้แจงว่า ไม่เคยลักไก่ สอดแทรกเรื่องนี้เป็นวาระด่วนเมื่อการประชุมบอร์ด วันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตามข่าวที่สื่อบางแห่งลง ถือเป็นการทำตามกระบวนการ เมื่อเอกชนทำหนังสือมาก็ต้องเสนอบอร์ด และให้ความเป็นธรรม แต่บอร์ดจะมีความเห็นอย่างไรก็ขึ้นกับความเห็นของบอร์ดแต่ละท่าน ซึ่งการนำเสนอวาระให้บอร์ดก็เป็นหน้าที่สำนักงานในการบรรจุวาระ ขณะที่ทางประธาน กสทช. ก็มีสิทธิเสนอว่าจะนำวาระใดขึ้นมาพิจารณาก่อนหลัง ตามกฎระเบียบการประชุม อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถบอกได้จะมีการพิจารณาเรื่องนี้เมื่อใด แต่ก็หวังว่าจะให้จบก่อนสิ้นปี โดยบอร์ดจะมีการประชุมอีก 3 ครั้ง ในวันที่ 24, 25 และ 26 ธ.ค.นี้ ก่อนหมดปี 67”

นายสรณ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นการทำหนังสือเรื่อง บรรจุวาระเรื่องการแต่งตั้งนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เป็นรองเลขาธิการ กสทช.ด้านยุทธศาสตร์ เป็นพนักงานซึ่งปฏิบัติงานเป็นการประจำจนถึงเกษียณอายุ จากเดิมที่จะต้องหมดวาระในเดือน เม.ย. 68  ก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่า ได้ดำเนินการตามกฎหมาย และระเบียบหลักเกณฑ์และคำสั่งที่เกี่ยวข้องของสำนักงานฯ นั้น เป็นอำนาจของประธาน กสทช. เพราะไม่ใช่การสรรหาเลขาธิการ กสทช.  ส่วนการออกหนังสือให้ทุกเรื่องต้องทำหนังสือผ่านมายังประธานฯ ก่อนนั้น ก็เป็นอำนาจตามกฎหมายที่ประธานฯ ต้องเป็นผู้กำกับดูแล การดำเนินการของสำนักงานด้วย.