เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบอนุมัติการก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 5 สายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต-บางปะอิน ของกรมทางหลวง (M5) ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ โดยเป็นการต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข (ดอนเมืองโทลล์เวย์) ช่วงรังสิต-บางปะอิน รวมระยะทางประมาณ 22 กม. เริ่มต้นตั้งแต่ปลายทางดอนเมืองโทลล์เวย์ ที่บริเวณโรงกษาปณ์ ไปจนถึงบริเวณทางแยกต่างระดับบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเป็นการก่อสร้างทางยกระดับอยู่บนเกาะกลางถนนพหลโยธิน ขนาด 6 ช่องจราจร มีจุดขึ้นลง จำนวน 7 แห่ง

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวจะป็นการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในรูปแบบ PPP Gross Cost มีมูลค่า 79,916.78 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ วงเงินลงทุนโครงการประมาณ 31,358 ล้านบาท แบ่งเป็น ส่วนที่ภาครัฐรับผิดชอบค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 77.78 ล้านบาท และเงินลงทุนของภาคเอกชน 31,280 ล้านบาท โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างงานโยธา ส่วนงานระบบพร้อมการดำเนินงาน และบำรุงรักษาตลอดสาย และจัดเก็บ ตลอด 30 ปี ประมาณ 47,881 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 34 ปี แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ 1.ออกแบบ และก่อสร้าง 4 ปี และ 2.ดำเนินงานและบำรุงรักษา 30 ปี (นับจากวันเปิดให้บริการ) ส่วนอัตราค่าผ่านทาง รถยนต์ 4 ล้อ 20 หรือ 40 บาทต่อคัน และรถยนต์มากกว่า 4 ล้อ 30 หรือ 65 บาทต่อคัน ปรับขึ้นทุก 5 ปี ในอัตรา 2.5% ต่อปี

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ในการประชุม ครม. ครั้งนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการคัดเลือกเอกชน และต่อรองราคา เพื่อให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งนำความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่ ครม. อนุมัติโครงการฯ ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งของขวัญปีใหม่ชิ้นสำคัญ ที่จะช่วยเพิ่มทางเลือก และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ประชาชนมากขึ้น โดยเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายดอนเมืองโทลล์เวย์เข้ากับมอเตอร์เวย์สาย M6 ช่วงบางปะอิน-นครราชสีมา ให้สมบูรณ์ และลดปัญหาการจราจรแออัดทางฝั่งทิศเหนือของกรุงเทพฯ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหลังจากนี้ ทล. จะดำเนินการในขั้นตอนการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน และจะเร่งรัดให้สามารถเปิดบริการ M5 ได้ภายในปี 2572.