“มองไกล เห็นใกล้” สัปดาห์นี้ เป็นคำถามที่คาใจเหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ หลายปีก่อน ขบวนการคอลเซ็นเตอร์, หลอกลวง-ฉ้อโกงออนไลน์ต่างๆ ถูกกวาดเหี้ยนไปหมด กลับมาครานี้ “เหมือนนับหนึ่งใหม่” แถมระบาดหนักกว่าเดิม ไม่รู้ว่าที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐอ่อนแรง ชะล่าใจ ใส่เกียร์ว่าง จนสบโอกาสให้เหล่า “วายร้าย” กลับมาก่อเหตุอีก หนำซ้ำลุกลามกลายสภาพเป็น “ขบวนการค้ามนุษย์”
ดังเช่นกรณีคนไทยหลายสิบคนตกเป็น “เหยื่อ” ถูกชักชวนจากโพสต์ประกาศหาคนงานผ่านเฟซบุ๊กให้ไปทำงานในต่างแดน สนนค่าแรงสูงเป็นตัวล่อ ในรายละเอียดระบุลักษณะงานทำหน้าที่ “แอดมิน” ตอบแชตลูกค้า เกี่ยวกับเว็บไซต์การพนันออนไลน์ของจีน หลายคนหลวมตัวตัดสินใจเดินทางไปหวัง “ขุดทอง” แสวงโชคต่างแดน
แต่แล้วติด “กับดักหลุมพราง” ทั้งหมดถูกคุมตัวขึ้นรถ โดยมีปลายทางเป็น “เมืองสีหนุวิลล์ หรือ กำปงโสม” หาใช่ชายแดนฝั่ง “ปอยเปต” ตามที่ตกลงกันไว้
พวกเขาถูกบังคับให้ทำงานด้วยการโทรศัพท์กลับมาหลอกคนไทยต่ออีกทอด ในลักษณะของ “ขบวนการคอลเซ็นเตอร์” หากไม่ทำจะถูกซ้อม และทรมาน ให้อดข้าว อดน้ำ ชะตากรรมของคนไทยกลุ่มนี้ถูกถ่ายทอดเป็นเรื่องราวผ่านสื่อมวลชน จนความเข้าหู “ลุงตู่-ลุงป้อม” ต่อสายตรงสั่งการให้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เร่งดำเนินการ เป้าหมายให้ช่วยเหลือคนไทยกลับบ้าน โดยมี พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศพดส.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นสองคีย์แมนหลักภารกิจนี้
ข้อมูลสำคัญของเหยื่อคนไทยถูกส่งผ่านจากพิทักษ์ 1 ถึงมือ “รองรอย-ผู้ช่วยโจ๊ก” จัดทัพตำรวจมากฝีมือที่ส่วนใหญ่คุ้นหน้าคุ้นตาผ่านการพิสูจน์ผลงานเมื่อครั้งบินลัดฟ้าทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในต่างแดนหลายปีก่อน มี พ.ต.อ.เขมรินทร์ พิศมัย เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิรัตน์, พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป เป็นทีมสนับสนุน
ใช้เวลา 5 วัน รวบรวมพยานหลักฐาน มีการออกหมายจับผู้ต้องหาชาวจีนและชาวกัมพูชา รวม 8 ราย และชาวไทย 2 ราย ควบคู่กับประสานความร่วมมือทางการกัมพูชาผ่านทาง พล.ต.อ.วรรณวีระ สม ผู้ช่วย ผบ.ตร. ผู้บัญชาการกองบัญชาการรักษาความมั่นคงภายใน ของกัมพูชา เร่งช่วยเหลือเหยื่อคนไทยจาก “ขุมนรก” ออกมาอยู่ในความดูแลของกงสุลไทยได้เป็นผลสำเร็จ
ไม่เพียงเท่านี้ยังจับกุม “นายเจ๊ะปา ลาปีดี” ผู้ต้องหารายสำคัญของทางการมาเลเซียที่พัวพันคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา หลบหนีคดีตั้งแต่ปี 2558 และยังจับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์ที่ลักลอบขนโรฮีนจาเข้ามาในไทยได้ต่อหลายครั้ง
ส่วนตัวขอชื่นชมชุด ศพดส.ตร.ที่เล็งเห็นความเดือดร้อนคนไทยที่ประสบเคราะห์กรรมฝันร้ายในต่างแดน ใช้เวลาอันสั้นปิดจ๊อบภารกิจ ถือเป็นการตีฆ้องส่งสัญญาณประกาศสงครามการค้ามนุษย์ เพื่อลดระดับ “เทียร์” ตามนโยบายรัฐบาล
แต่จะว่าไป “ปัญหาค้ามนุษย์” เปรียบเสมือนขยะใต้พรมที่บั่นทอนบ้านเมือง ลำพังแค่การปราบปรามอย่างเดียวคงไม่เป็นผล หลายฝ่ายควรช่วยกันตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา สิ่งสำคัญควรเร่งปรับกฎหมายค้ามนุษย์-ชูบทลงโทษที่แรงขึ้น เพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์
หากเจ้าหน้าที่รัฐรายใดเข้าไปเกี่ยวข้องก็ควรดำเนินการทันที นิ้วไหนไม่ดีก็ตัดทิ้งซะ มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง!
นายอัคคี



