สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ว่า สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐรายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยค้นพบร่างผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 40 ราย จากเหตุเครื่องบินโดยสารของสายการบินท้องถิ่นในเครือของอเมริกัน แอร์ไลน์ส และเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กของกองทัพสหรัฐ ชนกันเหนือกรุงวอชิงตัน และตกลงในแม่น้ำโพโทแมก


ทั้งนี้ เที่ยวบิน 5342 ของอเมริกัน อีเกิล เดินทางมาจากเมืองวิชิตา ในรัฐแคนซัส มีปลายทางคือ ท่าอากาศยานนานาชาติโรนัลด์ เรแกน ในกรุงวอชิงตัน พร้อมผู้โดยสาร 60 คน และลูกเรือ 4 คน ส่วนเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กของกองทัพสหรัฐ มีเจ้าหน้าที่ 3 นาย เดินทางมาจากค่ายทหารฟอร์ต เบลวอร์ ในรัฐเวอร์จิเนีย เพื่อบินฝึกซ้อมตามแผนการ

นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ


ขณะที่นายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐ กล่าวว่า นักบินทหารทั้งสามนาย “มีประสบการณ์สูง” และการบินในช่วงเกิดเหตุ เป็นการฝึกซ้อมตามกำหนดการ “ซึ่งมีความผิดพลาดเกิดขึ้น” พร้อมทั้งจะมีการสอสวนอย่างละเอียด ทั้งในระดับกระทรวงกลาโหมและกองทัพ


ด้านนายโรเบิร์ต ไอซอม ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของอเมริกัน แอร์ไลน์ส กล่าวว่า ระหว่างที่เที่ยวบิน 5342 กำลังเตรียมร่อนลงจอดบนรันเวย์ของท่าอากาศยานนานาชาติโรนัลด์ เรแกน เครื่องบินชนกับเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพสหรัฐ ซึ่งอเมริกัน แอร์ไลน์ส มีคำถามว่า “เพราะเหตุใดอากาศยานของทหารจึงบินเข้ามาในเส้นทางของเครื่องบินพลเรือน”


อีกด้านหนึ่ง คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการคมนาคมแห่งชาติ (เอ็นทีเอสบี) ยืนยันการเก็บกู้กล่องบันทึกข้อมูลการบินหรือกล่องดำ ของเที่ยวบิน 5342 ซึ่งใช้เครื่องบินโดยสารบอมบาเดียร์ ซีอาร์เจ-700 และเจ้าหน้าที่เชื่อว่า บนเฮลิคอปเตอร์น่าจะมีเครื่องบันทึกเสียง ซึ่งทุกฝ่ายกำลังเร่งค้นหา


เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมจากเครื่องบินพาณิชย์ ครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 16 ปีของสหรัฐ นับตั้งแต่เหตุเที่ยวบิน 3407 ของโคลแกน แอร์ ในเครือคอนติเนนทัล แอร์ไลน์ส ตกใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติบัฟฟาโล ในรัฐนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2552 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 49 ราย.

เครดิตภาพ : AFP