นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ประธานกรรมการ อพท. พร้อมผู้บริหาร อพท. ได้ลงสำรวจพื้นที่โครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเลย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง และภาคีเครือข่ายชุมชนร่วมให้การต้อนรับและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการผลักดันโครงการดังกล่าว จากการลงพื้นที่พบว่า กระเช้าไฟฟ้าจะก่อให้เกิดประโยชน์หลักๆ 4 ด้าน ได้แก่1 .การสร้างงาน 2. การเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวอย่างเท่าเทียม 3. การจัดการความปลอดภัย 4.รักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งในการประชุมเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ระหว่าง อพท. กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมอุทยานแห่งชาติฯ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง มีความเห็นร่วมกันให้ดำเนินโครงการดังกล่าวตามขั้นตอนและกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

จากข้อสรุปในการประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว อพท. ได้นำเรียนเสนอรายงานต่อนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 ซึ่งนายสรวงศ์ได้เห็นชอบในหลักการและให้ อพท. เร่งดำเนินโครงการดังกล่าว โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เช่น การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environment Impact Assessment : EIA) การสำรวจออกแบบระบบกระเช้าไฟฟ้า การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง บนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืนทุกมิติ ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ ครม. มอบ อพท. เป็นหน่วยงานรับผิดชอบโครงการสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง เพื่อดึงนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจังหวัดเลย เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวในภูมิภาคอีสาน และดึงประเทศอาเซียนเข้าไทย มุ่งสร้างงาน กระจายรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนในท้องถิ่น และสร้างโอกาสการเข้าถึงที่เท่าเทียม ด้วยการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนที่มีมาตรฐานในระดับสากล

ปี 2565 อพท. ได้รับการจัดสรรงบประมาณดำเนินการทบทวนความเหมาะสมด้านวิศวกรรม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์และการดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยได้มอบหมายมหาวิทยาลัยบูรพาเป็นที่ปรึกษาโครงการ อย่างไรก็ตาม ในการจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม จำเป็นต้องมีการออกแบบก่อสร้างเพื่อใช้ประกอบในการรายงาน จึงจะดำเนินการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ และเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 ครม. ได้มีมติมอบหมายสำนักงบประมาณร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาความพร้อมและความคุ้มค่าของการลงทุน และแหล่งงบประมาณเพื่อเป็นค่าจ้างสำรวจออกแบบก่อสร้างกระเช้าภูกระดึง ให้สอดคล้องกับการศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อสามารถนำไปใช้ในขั้นตอนการพิจารณาอนุญาตของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในหนึ่งปี ในกรอบวงเงินงบประมาณ 28 ล้านบาท