สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 13 ก.พ. ว่า ในรายงานประจำปี “มิลิทารี บาลานซ์” (Military Balance) ไอไอเอสเอสพบว่า การใช้จ่ายทางทหารทั่วโลกเพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อปีที่แล้ว เป็น 2.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 81.2 ล้านล้านบาท) โดยได้รับแรงหนุนจากสงครามในยูเครน ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส และความตึงเครียดในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

แม้รายงานพบว่า การสนับสนุนยูเครนของนาโต ในการต่อสู้กับรัสเซียที่ยืดเยื้อนานเกือบ 3 ปี มีส่วนทำให้การใช้จ่ายด้านกลาโหมในกลุ่มประเทศยุโรปเพิ่มขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น การเพิ่มขึ้นดังกล่าวไม่มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป

“เนื่องจากประเทศยุโรปส่วนใหญ่เผชิญกับแรงกดดันด้านงบประมาณอย่างต่อเนื่อง การรักษาระดับการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จึงน่าจะเป็นเรื่องที่ท้าทาย” ไอไอเอสเอส ซึ่งเป็นคลังสมองด้านการทหารในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ระบุเสริม

ทั้งนี้ รายงานยังพบว่า การใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศของยุโรป สูงขึ้นประมาณ 50% เมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ภาระข้างต้นไม่ถูกแบ่งปันอย่างกว้างขวาง โดยสมาชิกนาโตบางประเทศ ใช้จ่ายงบประมาณกลาโหมเกิน 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขณะที่ประเทศอื่น ๆ ยังคงใช้จ่ายต่ำกว่าระดับพื้นฐานที่ 2%

อนึ่ง ทรัมป์เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกนาโต ใช้จ่ายงบประมาณกลาโหมในสัดส่วน 5% ของจีดีพี โดยในปัจจุบัน ยุโรปคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1 ใน 3 การใช้จ่ายด้านการป้องกันประเทศทั้งหมดของนาโต ซึ่งหากเพิ่มความมุ่งมั่นในการใช้จ่ายของยุโรปเป็น 3% และ 5% ของจีดีพี ตัวเลขการใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.4 ล้านล้านบาท) และเกือบ 750,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 25.3 ล้านล้านบาท) ตามลำดับ

กระนั้น ไอไอเอสเอสระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่สามารถบรรลุได้ในขณะนี้ เนื่องจากบางประเทศใช้ตราสารนอกงบประมาณ เพื่อสนับสนุนงบประมาณของประเทศอยู่แล้ว.

เครดิตภาพ : AFP