สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ว่า ในช่วงเดือนรอมฎอน ชาวปาเลสไตน์หลายแสนคน จะเข้าร่วมการละหมาดที่มัสยิดอัล-อักซอ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งที่สามของศาสนาอิสลาม ตั้งอยู่ในเยรูซาเลมตะวันออก พื้นที่ซึ่งถูกอิสราเอลยึดครองและผนวกรวมเข้ากับประเทศ

ท่ามกลางสงครามในฉนวนกาซาเมื่อปีที่แล้ว ทางการอิสราเอลกำหนดข้อจำกัดต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังมัสยิดอัล-อักซอ โดยเฉพาะชาวปาเลสไตน์ที่มาจากเขตเวสต์แบงก์

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวระบุว่า มีเพียงผู้ชายอายุ 55 ปีขึ้นไป และผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปีเท่านั้น ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในมัสยิด “ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย” ซึ่งในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจอิสราเอลหลายพันนาย ก็ถูกส่งไปประจำการทั่วนครเยรูซาเลม

ด้านนายเดวิด เมนเซอร์ โฆษกรัฐบาลอิสราเอล กล่าวในการแถลงข่าวออนไลน์ว่า ข้อจำกัดด้านความปลอดภัยสาธารณะ และมาตรการป้องกัน จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ เช่นเดียวกับการดำเนินการในทุกปีที่ผ่านมา

“แน่นอนว่า สิ่งที่พวกเราและประเทศใดก็ตาม ไม่สามารถยอมรับได้ คือ คนที่พยายามปลุกปั่นความรุนแรง และโจมตีผู้อื่น” เมนเซอร์ กล่าวเพิ่มเติม โดยไม่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับการจัดกำลังตำรวจในปีนี้.

เครดิตภาพ : AFP