เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. โพสต์ภาพคู่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผ่านเฟซบุ๊กพร้อมข้อความระบุว่า หลายคนบอกว่าความขัดแย้งทางการเมืองไทยรอบนี้เริ่มต้นเมื่อปี 2549 เหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นต่อเนื่องกัน 2 เม.ย. มีการเลือกตั้งหลังรัฐบาลทักษิณยุบสภา พรรคฝ่ายค้านบอยคอตไม่ลงเลือกตั้ง 8 พ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ 11 พ.ค. ฝ่ายค้าน 3 พรรคหลัก ประชาธิปัตย์ ชาติไทย มหาชน ประกาศไม่เข้าร่วมหารือกับ กกต. เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ ในที่สุดก็เกิดรัฐประหารในวันที่ 19 ก.ย.

20 ปีผ่านไป 11 พ.ค. 2569 นายกรัฐมนตรีที่ถูกยึดอำนาจในคราวนั้น และถูกดำเนินคดีโดยอำนาจเผด็จการ ตั้งฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองทำหน้าที่พนักงานสอบสวน กำลังจะออกจากเรือนจำ โดยที่คณะรัฐประหารไม่มีใครถูกดำเนินคดี และมีบทบัญญัตินิรโทษกรรมคุ้มครองไว้ให้ในรัฐธรรมนูญ ผมยืนยันหลักการอีกครั้ง ผู้ถูกกระทำจากอำนาจเผด็จการไม่ควรติดคุกแม้แต่วันเดียว

10 พ.ค. พี่น้องที่จัดกิจกรรมอยู่หน้าเรือนจำทุกสัปดาห์เป็นแม่งานหลัก จัดเตรียมพื้นที่และกิจกรรมไว้ต้อนรับทุกท่านที่อยากไปร่วมส่งกำลังใจให้ ดร.ทักษิณ ก่อนวันได้รับอิสรภาพ อาหาร น้ำดื่ม หลายคนช่วยกันจัดหา เพียงพอสำหรับทุกคน ไม่หวั่นแม้ท่านมามาก เยี่ยมใต้ ก็จะเอาอาหารไปบริการด้วย เวทีจะมีทั้งการพูดคุย เสียงเพลง และสาระต่างๆ ต่อเนื่องตลอดวันจนถึง 22.00 น. หยุดการใช้เสียง พี่น้องต่างจังหวัดที่เดินทางมาถึงก่อน ตั้งใจจะค้างคืนหน้าเรือนจำ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ตอนเช้าวันที่ 11 พ.ค.

ผมเคยเดินออกจากเรือนจำมาแล้ว 3 ครั้ง ยังจำทุกความรู้สึกได้ดี ภาพที่มีพลังอย่างยิ่งคือการได้เห็นคนที่เรารักและรักเรามารอให้กำลังใจ นัยของการเอาทักษิณเข้าคุก คือการยืนยันความถูกต้องของรัฐประหาร 2549 แต่ผมไม่เห็นด้วย ผมจะไปรอรับนายกฯ ทักษิณ เพื่อตอกย้ำว่ารัฐประหารคืออาชญากรรมร้ายแรงที่สุดต่อระบอบประชาธิปไตย และผู้ถูกกระทำจะไม่เดินเดียวดาย.