น.ส.จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย เปิดเผยว่า แผนดำเนินธุรกิจในปี 68  แกร็บ ประเทศไทย จะเดินหน้า รักษาความเป็นผู้นำตลาดแอปฯ เรียกรถโดยสาร และ เดลิเวอรี่พร้อมสนับสนุน นโยบายของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับคนไทย ผ่านกลยุทธ์ “S.M.A.R.T” ประกอบด้วย มุ่งสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งด้านธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพิ่มการใช้รถอีวีให้มากขึ้นจากปัจจุบันที่มีกว่า 1 หมื่นคัน   การขยายบริการเพื่อให้ครอบคลุมคนทุกเจเนอเรชัน  ผลักดันการใช้ฟีเจอร์บัญชีครอบครัว ขยายการให้บริการไปยังกลุ่ม เบบี้ บูมเมอร์ และเจน อัลฟ่า  คือ กลุ่มคนอาวุโส และกลุ่มเด็กเล็ก   

รวมถึงนำเสนอทางเลือกของบริการในราคาที่เข้าถึงได้  ผ่านบริการ แกร็บคาร์เซฟเวอร์ และ แกร็บไบท์ เซฟเวอร์  ในราคาคุ้มค่า  ส่วนบริการแกร็บฟู้ด มี ฮอดดีลลดราคาอาหารจากร้านค้าทั่วประเทศ ซึ่งปีที่ผ่านมาช่วยประหยัดเงินผู้ใช้ยริการกว่า 2,000 ล้านบาท  พร้อมกับรักษาฐานลูกค้า ด้วยแพ็คเกจสมาชิกรายเดือนเพียง 19 บาทต่อเดือน หรือรายปีเพียง 99 บาทต่อปี และแกร็บยังได้พัฒนาแกร็บวีไอพี  หรือโปรแกรมสิทธิพิเศษเหนือระดับสำหรับผู้ใช้บริการ ส่วนสิทธิประโยชน์สำหรับคนขับที่ให้บริการดีอย่างต่อเนื่อง อาทิ ฟรีประกันรถจักรยานยนต์ และการลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับบริการสินเชื่อเงินสด และฟรีประกันสุขภาพสำหรับคนในครอบครัว

น.ส.จันต์สุดา กล่าวต่อว่า  สำหรับในปี 67 ที่ผ่านมา แกร็บ ประเทศไทย ยังคงครองความเป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ที่ผู้ใช้ให้ความเชื่อมั่นทั้งในบริการเรียกรถผ่านแอปและเดลิเวอรี  ยอดใช้บริการเรียกรถในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตขึ้นถึง 138%  ขณะที่ บริการ กรุ๊ปออเดอร์ หรือบริการสั่งอาหารแบบกลุ่ม ยอดสั่งอาหารเติบโตขึ้น 2 เท่า  การปรับโฉมฟีเจอร์ บริการจองรถล่วงหน้า บริการพุ่งขึ้นถึง 60% ในช่วงเทศกาล  รวมถึงการขายดีลพิเศษสำหรับการรับประทานที่ร้าน ซึ่งมียอดการใช้บริการเติบโตขึ้นกว่า 11 เท่า ขณะเดียวกัน การเพิ่มตัวเลือก Delivery SAVER ในบริการสั่งอาหาร ซึ่งมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า

“ตลอด 12 ปี ที่ให้บริการในไทย ช่วยให้  ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสะท้อนผ่านผลการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย  (ทีดีอาร์ไอ) ที่ระบุว่ากิจกรรมทางธุรกิจต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวงจรธุรกิจของ แกร็บ  ในปี 66 ได้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยสูงถึง 1.79 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ  หรือ จีดีพีของไทย”