ไม่มีนักวิ่งแม้แต่คนเดียว ที่แกร่งพอจะวิ่งจบรายการ “บาร์กเลย์ มาราธอน 2025”

เส้นทางวิ่งที่ว่ากันว่า “โหดที่สุดในโลก”

และตลอด 30 ปีของการจัดแข่งขัน เชื่อหรือไม่ว่า มีเพียง 20 คน ที่วิ่งจนจบ

จัสมิน แครินา ปารีส คือผู้หญิงคนเดียวที่พิชิตเส้นทางนี้ได้ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว ส่วนอีก 19 คน เป็นนักวิ่งชาย

นี่คือ งานวิ่งเทรลอัลตร้ามาราธอน ที่ Frozen Head State Park ในเมืองมอร์แกน รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา

เส้นทางจะแตกต่างไปในแต่ละปี แต่โดยรวมแล้วจะวิ่งกัน 5 รอบ รอบละ 32 กม. รวม 160 กม. ภายในเวลา 60 ชั่วโมง นี่คือระยะแบบเต็มๆ

หรือใครไม่ไหว จะลง “ฟันรัน” ก็ได้ แต่จะสนุกเหมือนชื่อหรือเปล่าไม่รู้นะ เพราะ “ฟันรัน” ของเขา คือวิ่ง 3 รอบ ระยะ 96.5 กม.

จัสมิน ปารีส ผู้หญิงคนเดียวที่แข่งจบ (ภาพจาก IG : searchingforzocherman)

แค่เริ่มก็ร่วงแทบหมด

การแข่งขัน รับสมัคร 40 คน โดยเส้นทางนั้นจะวิ่งทั้งหมด 5 รอบ รอบละ 20 ไมล์ หรือ 32 กม.

ปีนี้ จาก 40 คน มีผ่านรอบแรก 32 กม. เพียง 10 คน

และเมื่อครบรอบ 2 จาก 10 คน มีผู้ผ่านรอบนี้เพียง 4 คน หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด ทั้งที่การแข่งยังห่างไกลครึ่งทาง

ทั้ง 4 คน คือ โทโมคาสึ อิฮาระ จากญี่ปุ่น, จอห์น เคลลี ที่เคยเข้าเส้นชัย 3 ครั้ง จากสหรัฐ กับ 2 นักวิ่งฝรั่งเศส เซบาสติยง ไรชง และ เม็กซิม กูดิยง

แต่จากนั้นไม่นาน กูดิยง ก็ออกจากการแข่งขัน ส่วนอีก 3 คน ก็ไม่สามารถเข้าเส้นชัยได้ทันเวลา

จะมีเพียง จอห์น เคลลี ที่พิชิตระยะฟันรันได้ โดยระยะทาง 96.5 กม. เขาทำเวลา 39.50.27 ชั่วโมง ทันคัตออฟที่ 40 ชั่วโมง

เขาคือคนเดียว ที่ทำสำเร็จกับระยะ ฟันรัน แต่จากนั้นเขาก็หมดแรง ขอถอนตัว เกินพลังจะไปไหว ยอมแพ้ให้การแข่งขัน

ที่น่าเสียดายคือ เซบาสติยง ไรชง ที่เข้ามาหลังคัตออฟ เพียง 2 นาที ขณะที่ โทโมคาสึ อิฮาระ ยังวิ่งบนเส้นทางอยู่เลย ขณะที่เวลาผ่าน 40 ชั่วโมงไปแล้ว

ก็เป็นอันว่า “บาร์กเลย์ มาราธอน 2025” จบลงด้วยการที่ไม่มีใครเข้าเส้นชัยในระยะเต็มเลย

ภาพจาก IG : searchingforzocherman

ที่มางานวิ่งลึกลับระห่ำสุดขั้ว

“บาร์กเลย์ มาราธอน” คืองานวิ่งที่ไม่เหมือนใคร และถูกปกปิดเป็นความลับ มีชื่อเสียงในด้านความยาก สุดโหด แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะแข่งจบตามเวลา

ปีที่แล้ว 2024 ถือว่าเป็นที่ฮือฮา ที่มีนักวิ่งเข้าเส้นชัยได้ตามเวลามากที่สุดคือ 5 คน และ จัสมิน ปารีส ก็เป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำสำเร็จด้วย

ดูเหมือนนี่คือการแข่งวิ่งที่สุดขีด สุดขั้ว ราวกับไม่อยากให้มีใครเข้าเส้นชัย

แล้ว “บาร์กเลย์ มาราธอน” คืออะไร

รายการนี้จัดโดย ไดเร็คเตอร์สนามขาโหด แกรี่ แคนเทรลล์

เส้นทางแข่งต่างกันไปในแต่ละปี แต่ต้องวิ่ง 5 รอบ รอบละ 32 กม. รวม 100 ไมล์ หรือ 160 กม. ด้วยภูมิประเทศขรุขระ การจำกัดเวลาเพียง 60 ชั่วโมง หรือ 2 วันครึ่ง

โดยปกติจะจัดประมาณกลางเดือน มี.ค. ถึงต้นเดือน เม.ย.ของทุกปี

ที่น่าสนใจคือ วันเวลาแข่งขัน จะถูกปิดเป็นความลับ จนกว่าการแข่งขันจะเริ่มต้น สาเหตุเพื่อลดจำนวนผู้ชม และป้องกันพื้นที่บริเวณสนามแข่ง

ภาพจาก IG : searchingforzocherman

แรงบันดาลใจจากนักโทษแหกคุก

แล้วทำไม แกรี่ แคนเทรลล์ ถึงมาจัดรายการแบบนี้

สาเหตุดูสุดโต่งมาก จากที่ ปี 1977 เจมส์ เอิร์ล เรย์ ผู้ลอบสังหาร มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ (นักต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมือง) แหกคุก ในรัฐเทนเนสซี แต่หลังการตามล่าครั้งใหญ่

60 ชั่วโมงต่อมา เรย์ ก็ถูกพบโดยเขาหนีไปได้เพียง 8 ไมล์

แคนเทรลล์ ที่เป็นนักวิ่งระยะไกล ไม่ประทับใจ ที่ เรย์ หนีไปได้แค่ 8 ไมล์ เขาคิดว่า ถ้าเป็นเขาจะวิ่งได้ 100 ไมล์ ในเวลาดังกล่าว

จึงเป็นที่มาของการจัดแข่ง 100 ไมล์ ใน 60 ชั่วโมง “บาร์กเลย์ มาราธอน”

จัดครั้งแรกปี 1986 เริ่มจากระยะ 50-55 ไมล์ ใน 24 ชั่วโมง ก่อนจะขยายเป็น 100 ไมล์ ในปี 1989

ส่วนรูปแบบ 5 รอบ รอบละ 20 ไมล์ ที่จัดถึงวันนี้ เริ่มปี 1995

ชื่อของสนามแข่ง ไม่มีอะไรซับซ้อน ได้รับแรงบันดาลใจจาก แบร์รี บาร์กลีย์ ชื่อของเพื่อนบ้าน เพื่อนนักวิ่งของ แกรี่ แคนเทรลล์ คนที่จัดนั่นแหละ

มาร์ค วิลเลียมส์ นักวิ่งชาวอังกฤษ คือคนแรกที่พิชิตเส้นทางสำเร็จ ในปี 1995 เวลา 59.28.48 ชั่วโมง

ไม่ต้องถามรายละเอียดมาก วิลเลียมส์ ปฏิเสธจะให้สัมภาษณ์ใดๆ ก็บอกแล้วไง เป็นงานวิ่งสุดลึกลับ

ภาพจาก IG : searchingforzocherman

จะเข้าแข่งขันได้อย่างไร

แต่ละปีจะมีผู้สมัครแข่งหลายร้อยคน แต่รับจำกัดแค่ 40 คน ที่เป็นเทพแห่งอัลตร้ามาราธอน

แล้วคัดอย่างไร

อยากแข่งก็ไม่ยาก ส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ พร้อมค่าธรรมเนียมแค่ 1.6 ดอลลาร์ หรือแค่ 54 บาท แล้วฝ่ายจัดจะพิจารณาเอง ว่าคุณจะได้แข่งไหม ซึ่งแน่นอน คัดอย่างไรคือความลับ ไม่มีเว็บไซต์ใดๆ ให้ดู

แต่หากดูจากข้อมูลของ จอห์น เคลลี ที่เข้าเส้นชัย 3 ครั้ง เขาบอกว่า การคัดเลือกจะดูจากปัจจัยต่างๆ เช่น โอกาสเข้าเส้นชัย, ตัวแทนจากภาคส่วนที่หลากหลาย รวมทั้งผู้ที่พิชิตรายการ บาร์คเลย์ ฟอลล์ คลาสสิค หรือ บิ๊ก ด็อกส์ แบคยาร์ด

ภาพจาก IG : searchingforzocherman

หฤโหดตั้งแต่ยังไม่เริ่มวิ่ง

กับเส้นทางแข่ง แม้จะกำหนดทางแล้ว แต่กลับไม่มีป้ายบอกทาง แถมภูมิประเทศรกครึ้ม การวิ่งจึงยากมาก มีเพียงแผนที่ภูมิประเทศที่จะแจกในวันก่อนแข่งขัน

เส้นทางวิ่ง ก็ไม่ใช่เส้นทางที่ได้รับการดูแลอย่างดี ผู้แข่งขันต้องลุยผ่านหนาม พุ่มไม้ ที่พร้อมข่วน เรียกเลือดตลอดเวลา

ไต่ความชัน ปีนไปรวมสูงกว่า 60,000 ฟุต (2 เท่าของยอดเขาเอเวอเรสต์) ตลอดทั้ง 5 รอบ

จะปล่อยตัวตอนไหนก็ไม่บอกให้ชัด รู้เพียงวัน ไม่บอกเวลา รู้แค่ว่าจะเริ่มระหว่างเที่ยงคืน ถึงเที่ยงวัน โดย แคนเทรลล์ จะเป่าแตรหอยสังข์ ส่งสัญญาณว่าอีก 60 นาที จะเริ่มแข่ง เงี่ยหูฟังกันดีๆ แล้วกัน อย่าเผลอหลับยาว

สัญญาณปล่อยตัวคือ แคนเทรลล์ จุดบุหรี่ แล้วนักวิ่งก็แตะประตูสีเหลือง เป็นการเริ่มต้น

จาก 5 รอบ คัตออฟแต่ละรอบอยู่ที่ 12 ชั่วโมง, 24 ชั่วโมง, 36 ชั่วโมง, 48 ชั่วโมง และ 60 ชั่วโมง

แต่ถ้าจะฟันรัน 96.5 กม. ก็ให้เวลา 3 รอบที่ 40 ชั่วโมง

ภาพจาก IG : searchingforzocherman

วิ่งเส้นทางไหน ตามใจคนจัด

อีกความยากในการวิ่งตามเส้นทาง และถือเป็นความห่ามของคนจัดคือ หลังจาก 2 รอบแรก ที่วิ่งตามเข็มนาฬิกา และนักวิ่งเริ่มคุ้นเคยแล้ว

รอบ 3 และ 4 ต้องวิ่งทวนเข็มนาฬิกาให้งงเล่น!

ที่บ้าสุดๆ คือและถ้าคุณผ่านถึงรอบ 5 แล้ว คุณจะวิ่งทิศไหน ไม่มีใครรู้

แล้วแต่คนจัดจะเลือกให้ และอาจจะเลือกไม่เหมือนกันในแต่ละคนด้วย

นี่คือความบ้าหฤโหด ของ “บาร์กเลย์ มาราธอน”

ไม่แปลกใจหรอกที่การจัด 30 ปี ในระบบใหม่ 5 รอบ รอบละ 20 ไมล์ จะมีผู้พิชิตการแข่งเพียง 26 ครั้ง จาก 20 คนเท่านั้น

จาเรด แคมป์เบลล์ คือคนที่ทำได้มากสุด 4 ครั้ง, เคลลี 3 ครั้ง และ เบร็ตต์ เมาเน 2 ครั้ง

ผู้หญิงมีคนเดียว คือ จัสมิน ปารีส

การันตีความระห่ำสุดขั้วของงานวิ่งนี้จริงๆ.