เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม., ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ จับผู้ต้องหาหลอกเหยื่อสมัครสมาชิก THPSA สูญเงินกว่าสามแสนบาท

โดย กก.1 บก.สส.สตม. จับกุมนายจือเจียง (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 550/2568 ลงวันที่ 27 ม.ค.2568 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบ คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย สถานที่จับกุม ภายในซอยลาดพร้าว 130/1 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจาก ผู้เสียหายมีความชื่นชอบในกีฬายิงปืนและมีความประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทย (THPSA) ได้พบเห็นวิดีโอที่นายจือเจียงโพสต์ลงในแอปพลิเคชั่น Douyin หรือ Tiktok จีน โดยนายจือเจียงกล่าวว่าสามารถพาไปสมัครเป็นสมาชิกของสมาคมกีฬายิงปืนรณยุทธแห่งประเทศไทยได้ จึงทักไปผ่านทาง Wechat เพื่อสอบถามรายละเอียดค่าบริการพาไปสมัครสมาชิก นายจือเจียง เสนอราคาค่าบริการที่ 270,000 บาท โดยจะมีการอบรม 8 วัน รวมทั้งพาไปสอบ ตลอดจนได้บัตรสมาชิกและเข้าร่วมเป็นสมาชิก
ผู้เสียหายหลงเชื่อได้ตกลงและขอเลขบัญชีเพื่อจะโอนเงินค่าบริการให้ แต่นายจือเจียงปฏิเสธรับเงินโอน และได้บอกกับผู้เสียหายว่าจะทำการสำรองค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นก่อน เช่น ค่าเช่าปืน ค่ากระสุน เมื่อผู้เสียหายเดินทางมาประเทศไทยแล้วค่อยนำเงินสดมามอบ ให้กับนายจือเจียง ต่อมาผู้เสียหายได้เดินทางเข้ามาประเทศไทย ได้มอบเงินสดจำนวน 320,000 บาท ให้แก่นายจือเจียง แยกเป็น ค่าบริการติดต่ออบรมและขออนุญาตเพื่อเป็นสมาชิกของชมรมยิงปืนรณยุทธไทย 270,000 บาท ค่าที่พัก 50,000 บาท

ต่อมาหลังจากที่ผู้เสียหายได้ผ่านการอบรมแล้ว ได้รับมอบเพียงใบรับรองจากครูฝึกเท่านั้น ไม่ได้รับมอบบัตรสมาชิก จึงสอบถาม ไปที่สมาคมฯ ปรากฏว่าไม่มีชื่อผู้เสียหายเป็นสมาชิก และรับแจ้งว่าผู้เสียหายมีคุณสมบัติไม่ ตรงกับเงื่อนไขการสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมคมฯ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องอาศัยอยู่ในประเทศอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไปต่อปี ผู้เสียหายทราบว่าได้ถูกนายจือเจียงหลอกลวง จึงได้พยายามติดต่อเพื่อขอเงินคืนแต่นายจือเจียงปฏิเสธ และไม่ให้ข้อมูลใด ๆ รวมทั้งได้บล็อกการติดต่อ จึงได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีกับนายจือเจียง
หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับนายจือเจียงแล้ว ต่อมาจากการสืบสวนของ กก.1 บก.สส.สตม. ทราบว่านายจือเจียงพักอาศัยในหมู่บ้านแห่งหนึ่งภายในซอยลาดพร้าว 130/1 ถนนลาดพร้าว แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ จึงจัดกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบตัวนายจือเจียง จึงได้เข้าทำการจับกุมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว



