สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ว่า ทรัมป์พุ่งเป้าไปที่มหาวิทยาลัยสหรัฐหลายแห่ง ซึ่งจัดการประท้วงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ต่อสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา หลังเกิดการโจมตีของกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566
ทั้งนี้ ขบวนการนักศึกษาของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย อยู่แนวหน้าของการประท้วงที่เผยให้เห็นถึงรอยร้าวลึกเกี่ยวกับสงคราม ซึ่งนักเคลื่อนไหวหลายคน เรียกการประท้วงว่าเป็น “การแสดงการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์” ขณะที่ทรัมป์ประณามว่าเป็น “การต่อต้านชาวยิว” พร้อมกับเสริมว่า การประท้วงเหล่านี้ต้องยุติลง
ในเวลาต่อมา ทรัมป์ได้ตัดการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลกลาง ที่มอบให้กับมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย มูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 13,500 ล้านบาท) ซึ่งรวมถึงเงินช่วยเหลือการวิจัย และสัญญาอื่น ๆ โดยให้เหตุผลว่า สถาบันการศึกษาแห่งนี้ไม่ปกป้องนักศึกษาเชื้อสายยิวจากการคุกคามอย่างเหมาะสม
กระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประกาศการปรับปรุง “กระบวนการทางวินัย” และกำหนดให้ผู้ประท้วงต้องระบุตัวตนเมื่อถูกท้าทาย แม้พวกเขาสวมหน้ากากก็ตาม ตลอดจนประกาศการขยายทีมรักษาความปลอดภัย รวมถึงว่าจ้างเจ้าหน้าที่ 36 ราย ซึ่งมีอำนาจในการปลด หรือจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบของมหาวิทยาลัย
ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยโคลัมเบียประกาศมาตรการทางวินัยหลายประการ รวมถึงการพักเรียน การเพิกถอนวุฒิการศึกษาชั่วคราว และการไล่ออก โดยมุ่งเป้าไปยังนักศึกษาเข้าร่วมการประท้วง และยึดอาคารของมหาวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้ว.
เครดิตภาพ : AFP



