“นายห้างแสง เหตระกูล” เป็นผู้ก่อตั้ง “เดลินิวส์” และไม่เท่านั้น…นายห้างแสงผู้ซึ่งในวงการสื่อให้การยอมรับว่าเป็นสุภาพบุรุษวงการสื่อ เป็นผู้ก่อตั้งและร่วมสร้างสื่อหนังสือพิมพ์มากที่สุดถึง 12 ฉบับ ซึ่งย้อนไปครั้งอดีต…จากชีวิตนักธุรกิจกิจการพิมพ์ นายห้างแสงได้ก้าวสู่เส้นทางชีวิตสื่อมวลชนเต็มตัวนับแต่ย้ายโรงพิมพ์จากบ้านอโศกสู่อาคารทรงเรือนปั้นหยา 2 ชั้น เลขที่ 423 ถนนสี่พระยา เมื่อปี 2486 ซึ่งสถานที่นี้ถือเป็นฐานที่ตั้งต้นธารแห่งสี่พระยาการพิมพ์และ สื่อเดลินิวส์

ปี 2486 ในเดือนธันวาคม นายห้างแสง ได้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ฉบับแรก คือ… “เดลิเมล์ วันจันทร์” เป็นหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ นำเสนอทั้งข่าวและนิยาย ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูง, “เดลิเมล์ รายวัน” คือหนังสือพิมพ์ฉบับต่อมา นำเสนอข่าวเหตุการณ์ทั่วไป ฉบับปฐมฤกษ์วันที่ 24 มิถุนายน 2493 ซึ่งก็มีบทบาทด้านข่าวสารอย่างสูง, “เดลิเมล์ ข่าวภาพ” เป็นอีกฉบับที่ออกในเวลาไล่เลี่ยกัน ฉบับที่ 1 เดือนมิถุนายน 2493 พิมพ์ด้วยกระดาษอย่างดี หนา 40 หน้า จัดทำอย่างประณีตยิ่ง โดยน้อม นำเสนอเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ แห่งไทย คือพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งนี้ นายห้างแสง ครอบครัวเหตระกูล ทีมสื่อค่ายสี่พระยานับแต่อดีต ให้ความสำคัญกับสถาบันกษัตริย์อย่างสูงสุด

กลางเดือนพฤษภาคม ปี 2496 นายห้างแสง มอบหมายให้ทีมสื่อร่วมอุดมการณ์ ดำเนินการออกหนังสือพิมพ์ “เดลิเมล์ รายปักษ์” นำเสนอข่าวเชิงสารคดี และนิยายเรื่องสั้น-เรื่องยาว, “เดลิเมล์ เบื้องหลังข่าว” ฉบับปฐมฤกษ์วันที่ 16 ตุลาคม 2496 ฉบับนี้นายห้างแสงก็เป็นแกนหลัก รวมถึง “เดลิเมล์ รายเดือน”, “เดลิเมล์ วันอาทิตย์”, “เดลิเมล์ ฉบับครอบครัว” และ “บางกอก เดลิเมล์ รายวัน” หนังสือพิมพ์ฉบับบ่ายที่ออกเมื่อปี 2501 โดยมี อิศรา   อมันตกุล เป็นบรรณาธิการ …เหล่านี้เป็นหนังสือพิมพ์ที่ชื่อมีคำว่า “เดลิเมล์” อยู่ด้วย ซึ่งล้วนได้รับความนิยมอย่างมาก โดยที่นายห้างแสงเป็นผู้ก่อตั้งและร่วมสร้าง

นอกจากนี้ ยังรวมถึงหนังสือพิมพ์ “แนวหน้า” ที่ นายห้างแสง ซื้อหัวจากผู้อื่นมาดำเนินการ ออกสู่ผู้อ่านกลางปี 2506 ซึ่ง เป็นอีกความมุ่งมั่นของนายห้างแสง หลังผ่านไปเกือบ 5 ปีหลังเกิดรัฐประหาร 20 ตุลาคม 2501 ซึ่งหนังสือพิมพ์ในไทยส่วนใหญ่ รวมถึง “เดลิเมล์ รายวัน” “บางกอก เดลิเมล์” ได้ ถูกสั่งปิด หรือที่เรียกว่า ถูกล่ามโซ่แท่นพิมพ์ และ นักข่าวนักหนังสือพิมพ์ถูกจับขังจำนวนมาก โดยนายห้างแสงยื่นขอเปิดหนังสือพิมพ์ฉบับเดิมมาตลอด แต่ไม่ได้รับการพิจารณา จึงตัดสินใจเปิดหนังสือพิมพ์ “แนวหน้า” แทน แต่ด้วยยังเป็น ยุคประชาธิปไตยไม่เต็มใบ ที่สุดก็ต้องปิดไปช่วงปลายปี 2506

อย่างไรก็ตาม แม้ยังเป็น ยุคภายใต้เงื้อมเงาเผด็จการ หากแต่ นายห้างแสง และทีมสื่อ ก็ยังคงยืนหยัดอุดมการณ์สื่อมวลชน ได้ยื่นเรื่องขอเปลี่ยนชื่อ “แนวหน้า” เพื่อจะออกหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่อีก ซึ่ง พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงศ์ อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น ในฐานะเจ้าพนักงานการพิมพ์ ได้เซ็นอนุมัติ ตามเอกสารเลขที่ 20/2507 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2507 หลังจากนั้นหนังสือพิมพ์ฉบับใหม่ฉบับนี้ซึ่งจัดพิมพ์โดย บริษัท สี่พระยาการพิมพ์ จำกัด หนังสือพิมพ์ฉบับที่ 11 ที่  นายห้างแสงก่อตั้ง โดยใช้สีบานเย็นเป็นสีสัญลักษณ์ได้ใช้วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ปีมะโรง “ฤกษ์ขุนแผนตีดาบฟ้าฟื้น” วางแผงออกสู่ผู้อ่านประชาชนคนไทย ฉบับปฐมฤกษ์ วันเสาร์ที่ 28 มีนาคม พ.. 2507 ด้วยชื่อหนังสือพิมพ์ แนวหน้าแห่งยุค เดลินิวส์

ธารแห่งสื่อค่ายสี่พระยาที่ใช้ “สีบานเย็น” เป็นสีสัญลักษณ์รินไหลพัฒนาต่อเนื่อง… โดยต่อมาหนังสือพิมพ์ “แนวหน้าแห่งยุค เดลินิวส์” ได้ยื่นขอเปลี่ยนชื่อให้กระชับขึ้น เป็น “เดลินิวส์” ซึ่งได้รับอนุญาตตามเอกสารเลขที่ 2020 เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2522 โดย “เดลินิวส์” ที่ถือเป็นหนังสือพิมพ์ที่ นายห้างแสง เหตระกูล ก่อตั้งและร่วมสร้างเป็นฉบับที่ 12 เริ่มวางแผงวันที่ 10 มกราคม 2522 หากแต่ชาวสื่อสีบานเย็นยังคงยึดถือสืบมาว่า ปฐมบท  เดลินิวส์ วันปฐมบทสื่อสีบานเย็นค่ายสี่พระยาเพื่อประชาชน คือ… ’28 มีนาคม 2507“ ซึ่งมาถึง 28 มีนาคม 2568 นี้ เป็นวาระแห่งการ ครบรอบ 61 ปี เดลินิวส์

“เดลินิวส์” สื่อค่ายสี่พระยา-สื่อสีบานเย็น นับแต่ยุคปฐมบทย่านสี่พระยา ถึงยุคย้ายฐานที่มั่นสู่เลขที่1/4 ถนนวิภาวดีรังสิตจวบจนปัจจุบัน มีวิวัฒนาการ มีพัฒนาการด้านต่าง ๆ มาตลอด รวมถึงในแง่ระบบการพิมพ์ทันสมัย ที่ดำเนินการโดยกิจการการพิมพ์ในเครือ คือ บริษัท ประชุมช่าง จำกัด ทั้งนี้ “เดลินิวส์” บุกเบิกสร้างมิติใหม่ให้วงการสื่อหนังสือพิมพ์ไทยมาเป็นระยะ อาทิ… พิมพ์หนังสือพิมพ์ระบบสีฉบับแรกและครั้งแรกของประเทศไทย, ติดตั้งแท่นพิมพ์ที่พิมพ์สีได้พร้อมกัน 6 สีเป็นแห่งแรกของวงการหนังสือพิมพ์ไทยและเอเชียอาคเนย์, จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์รูปแบบแยก 2 Section เป็นต้นแบบให้ฉบับอื่น, ติดตั้งเครื่อง CTP (Computer-to-plate) เป็นฉบับแรก เพิ่มคุณภาพการพิมพ์โดยไม่ต้องใช้ฟิล์มและสารเคมี จึงดีต่อสิ่งแวดล้อม เป็นการให้ความสำคัญกับเทรนด์ยั่งยืน (Sustainable) มาแต่อดีตฯลฯ

ขณะที่การ นำเสนอข่าวสารโดยยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก โดยไม่ย่อหย่อนและไม่ศิโรราบต่ออำนาจอิทธิพลใด ๆ “เดลินิวส์” ก็เป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชน ซึ่งยืนยันได้จากการได้รับการเชิดชูเกียรติทั้งจากองค์กรด้านสื่อ และองค์กรสำคัญ ๆ ต่าง ๆ มากมาย จนมิอาจแจกแจงได้ครบถ้วนด้วยพื้นที่ อันจำกัด…

“ต้นธารสื่อค่ายสี่พระยาเพื่อประชาชนคนไทย” จะครบรอบ “82 ปี” ในช่วงปลายปี 2568 นี้ ซึ่งกล่าวสำหรับนัยสำคัญที่ยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า เดลิเมล์เป็นต้นธารเดลินิวส์ ก็คือ… ย้อนไปในยุคประชาธิปไตยไม่เต็มใบ  ยังมี กฎเหล็ก ปร. 42 กดหัวสื่อ ยุคนั้นหนังสือพิมพ์ “เดลินิวส์” ครั้งที่ยังชื่อ “แนวหน้าแห่งยุค เดลินิวส์” เคยถูก “สั่งปิด” เมื่อวันที่20 มกราคม 2522ซึ่งสื่อค่ายสี่พระยาเคย ยืนหยัดสู้เงื้อมเงาเผด็จการ โดยนำหัวหนังสือพิมพ์ “เดลิเมล์” กลับมาใช้แทน ซึ่งแม้ว่าต่อมาก็ถูกอำนาจ      ยุคเผด็จการสั่งปิดอีกเช่นกัน แต่นี่ก็คือบทพิสูจน์ว่า…  เดลินิวส์คือเดลิเมล์เดลิเมล์คือเดลินิวส์

ทั้งนี้ ’…มีหน้าที่เรียกร้องความเป็นธรรม เป็นผู้ตำหนิสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นผู้ท้วงติงด้วยความหวังดี เป็นผู้นำสร้างตัวอย่างที่ดีแก่สังคม เป็นผู้คอยปกปักรักษา   ผลประโยชน์ของคนในชาติ…“ นี่คืออุดมการณ์-ปณิธานสื่อมวลชน ที่ นายห้างแสง มุ่งมั่น ซึ่งทีมสื่อสีบานเย็น “สื่อเดลินิวส์” ก็ยึดถือสืบต่อรุ่นสู่รุ่น จากหนังสือพิมพ์   ต่อยอดสู่สื่อดิจิทัลออนไลน์

ปี 2568 เป็นปีที่จะครบรอบ “82 ปี ต้นธารสื่อค่ายสี่พระยา” และวันที่28 มีนาคมนี้เป็นวาระสำคัญ “สื่อสีบานเย็น” เป็นวาระแห่งการ ครบรอบ 61 ปี เดลินิวส์ที่มุ่งมั่น สืบสานปณิธาน “นายห้างแสง เหตระกูล” พร้อมทั้ง พัฒนาสู่ความเป็น สื่อร่วมสมัยต่อยอด สื่อหนังสือพิมพ์ สู่ สื่อดิจิทัลออนไลน์ครบถ้วนทุกแพลตฟอร์ม ด้วยแนวคิดสำคัญคือ…

ยืนหยัด ยั่งยืน เคียงข้างคนไทย“…