เมื่อวันที่ 28 มี.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. แถลงสถานการณ์แผ่นดินไหวในพื้นที่กทม.ว่า ความเสียหายเกิดขึ้นกับอาคารที่กําลังก่อสร้าง อาคารที่มีความเสียหายรุนแรงมากที่สุด คือ อาคาร สตง. ที่อยู่ในเขตจตุจักร ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง เป็นอาคารความสูง 33 ชั้น มีการทรุดตัวลง โดยรับรายงานมามีอีกจุดเป็นกรณีเครนก่อสร้างคอนโดย่านดินแดงถล่มลง มีส่วนของเครนไปกระทบกับทางด่วนดินแดง จึงต้องปิดการจราจรชั่วคราว แต่ล่าสุดสามารถจราจรได้ปกติ
สำหรับอาคารที่แตกร้าวต้องมีการตรวจสอบถึงความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างพื้นฐานหลัก สะพานต่าง ๆ ที่มีข่าวว่ามีสลิงขาด จากการตรวจสอบไม่พบว่าสลิงขาด สะพานต่าง ๆ อาจมีรอยแตกร้าวบ้าง แต่ไม่อยู่ในสภาพวิกฤติถึงขนาดเกิดการวิบัติ ดังนั้น ขอให้ติดตามข่าวด้วยความระมัดระวัง
“สถานการณ์ตอนนี้ ปภ. ได้ให้ข้อมูลว่าประชาชนสามารถกลับเข้าสู่อาคารได้ แต่ขอให้สํารวจอาคารก่อนในเบื้องต้น ว่ามีรอยแตกร้าวที่บริเวณคานหรือเสาอย่างรุนแรงหรือไม่ ถ้าไม่มีความเสียหายอย่างรุนแรงสามารถกลับเข้าสู่ในพื้นที่ได้ ทั้งนี้อาคารในกทม. โดยเฉพาะอาคารใหม่ที่มีการก่อสร้างต้องสามารถรับแรงแผ่นดินไหวได้ อาคารที่กําลังก่อสร้างจะเป็นอาคารที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว ระบบต่าง ๆ ยังไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นอาจจะมีความอ่อนแอกว่าอาคารอื่น
อย่างไรก็ตาม ขออย่าตื่นตระหนก ส่วนที่กังวลขณะนี้คือในส่วนของรพ. ที่มีการอพยพผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งรพ.ต่าง ๆได้ให้แนวปฏิบัติ โดยแต่ละเขตจะลงไปช่วยดูแล ทำการสํารวจโครงสร้างก่อนว่ามีความเสียหายรุนแรงหรือไม่ ถ้ามีความเสียหายไม่รุนแรง ผู้ป่วยสามารถกลับเข้าสู่อาคารได้ ส่วนผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงสามารถกลับบ้านได้
ส่วนเรื่องการจราจร รถไฟฟ้าสายหลักทั้ง BTS และ MRT ยังหยุดให้บริการอยู่ เพื่อประเมินความปลอดภัย เบื้องต้นทราบว่าตัวโครงสร้างไม่ได้รับความเสียหาย แต่ต้องดูระบบสัญญาณต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงอยู่ว่ามีความพร้อมหรือไม่ โดยเฉพาะระบบควบคุมการเดินรถต้องให้มั่นใจ จึงจะประกาศเปิดให้บริการตามปกติ
ทั้งนี้ ปัจจุบันตามกฎหมายควบคุมอาคาร พ.ศ.2550 อาคารใหม่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ สำหรับอาคารที่กทม. 2 (ดินแดง) ก็ออกแบบไว้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้มาก ยังไม่ต้องกังวล
ผู้ว่าฯกทม. ระบุ ขณะนี้มีการประกาศกรุงเทพมหานครให้เป็นเขตประสบสาธารณภัยแล้ว และตามอำนาจของผู้ว่าฯ กทม. สามารถประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ซึ่งปัจจุบันได้รับการประสานความร่วมมือจากหลายหน่วยงานอย่างเข้มแข็ง เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เอไอเอสที่จะเอื้อเฟื้อเครื่องมือตรวจจับสัญญาณมือถือ และบริษัท Chevron Thailand ที่ยินดีช่วยเหลือเรื่องการขุดเจาะในเหตุตึกถล่ม
“ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจ กทม. เองก็ประสานกับทาง ปภ. ตลอด ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้โทรติดต่อมาตั้งแต่นาทีแรกของการเกิดแผ่นดินไหว และมีการประชุมหารือตลอด ความร่วมมือต่าง ๆน่าจะทำให้สถานการณ์คลี่คลายไปได้โดยเร็ว ส่วนผอ.เขตทุกเขตได้สั่งการให้ลงพื้นที่ แล้วแจ้งรายงานมาทางศูนย์บัญชาการอย่างต่อเนื่อง”
ส่วนสถานการณ์โดยรอบเท่าที่รายงานเข้ามา ส่วนใหญ่ก็อยู่ในสภาพที่ไม่มีความเสียหายรุนแรง อาจจะมีรอยร้าวตามอาคารบ้าง แต่หากอาคารไหนที่ไม่แน่ใจก็ให้แจ้งเข้ามาที่แอปพลิเคชัน Traffy Fondue เพื่อให้ทีมวิศวกรอาสาเข้าตรวจสอบ ช่องทางการแจ้งเหตุ กทม. มี 2 ช่องทางคือ Traffy Fondue และโทร. 1555
ขณะนี้มีประชาชนแจ้งปัญหาเข้ามาแล้ว 169 ราย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องอาคารร้าว ก็จะให้ส่งรูปเข้ามาพร้อมกับโลเคชั่น แต่เรื่องอาคารที่ร้าว บางทีในส่วนที่ร้าวอาจจะไม่ใช่โครงสร้างหลักที่รับน้ำหนัก อาจจะเป็นในส่วนของกำแพง ซึ่งมีโอกาสร้าวได้ แต่ไม่เป็นอันตราย โครงสร้างหลักยังคงแข็งแรงอยู่ เพราะฉะนั้นเราเห็นรอยร้าว อย่าเพิ่งสรุปว่าอาคารมันวิบัติมันอาจจะเป็นเรื่องรอยร้าวของส่วนที่ไม่ใช่เป็นส่วนสำคัญของอาคาร”
ผู้ว่าฯกทม. กล่าวเพิ่มว่า ขณะนี้สั่งเปิดสวนสาธารณะตลอดคืน พร้อมนำรถน้ำดื่ม/รถสุขา ดูแลประชาชนที่พักรอ เนื่องจากการจราจรติดขัด หรือไม่สามารถกลับเข้าที่พักได้สะดวก ได้แก่ สวนลุมพินี สวนเบญจสิริ สวนเบญจกิติ สวนจตุจักร.





