นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนกังวลปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าตามแนวชายแดนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไทยได้เปิดประเทศ ทำให้ขาดแคลนแรงงานต่างด้าวถึง 5 แสนคน หลังจากมีส่วนหนึ่งกลับภูมิลำเนาไป แล้วกลับไม่ทัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และอาหาร จึงเห็นว่า รัฐควรทำเอ็มโอยูรัฐต่อรัฐในการนำเข้าแรงงานให้ชัดเจน และขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งจะมีการตรวจโรคอย่างถูกหลักของระบบสาธารณสุขด้วย โดยต้องเร่งรัดในการปฏิบัติ เพราะเข้าใจว่า ระบบราชการล่าช้าอาจเป็นช่องว่างให้การเข้ามาแบบผิดกฎหมายเพิ่มขึ้น หากปล่อยให้มีการลักลอบเข้ามา อาจทำให้เกิดเป็นคลัสเตอร์ใหม่ได้
ส่วนผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนต.ค.64 ค่าดัชนีฯ อยู่ที่ 82.1 ปรับขึ้นจากก.ย.ซึ่งอยู่ที่ระดับ 79.0 โดยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และเป็นค่าดัชนีฯ ที่สูงสุดในรอบ 5 เดือนนับจากมิ.ย.64 ขณะที่ดัชนีฯคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 95.0 ปรับขึ้นจาก ก.ย.64 ที่อยู่ระดับ 93.0 เป็นค่าดัชนีเชื่อมั่นฯสูงรอบในรอบ 19 เดือนนับตั้งแต่ เม.ย.63 เนื่องจากการคลายล็อกดาวน์ ต่อเนื่องด้วยการเปิดประเทศ 1 พ.ย. เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยไม่กักตัว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรัฐ รวมถึงคำสั่งซื้อสินค้าเพื่อรองรับเทศกาลช่วงปีใหม่ที่เพิ่มขึ้นและการส่งออกที่ยังคงเติบโต ทำให้ผู้ประกอบการเชื่อมั่นว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยช่วงที่เหลือของปี 64 นี้
“วันนี้รัฐได้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบ 80 ล้านโด๊สมีส่วนสำคัญต่อความเชื่อมั่นมากขึ้นและเมื่อเปิดประเทศล่าสุดระบบสาธารณสุขของไทยยังรับมือได้ดีพอสมควร จะเห็นว่าขณะนี้คนออกมาเที่ยว จับจ่ายใช้สอยมากขึ้นหากเป็นไปได้ก็อยากให้รัฐออกมาตรการส่งเสริมจัดกิจกรรมเทศกาลลอยกระทง ปีใหม่เพิ่มขึ้น โดยเห็นว่ารัฐไม่ควรจะฝากความหวังการท่องเที่ยวไว้กับจีนเพราะล่าสุดไตรมาส 1 ปีหน้าก็ยังไม่เห็นโอกาสว่าจีนจะเปิดให้นักท่องเที่ยวออกมา ดังนั้นหากเศรษฐกิจทุกอย่างเริ่มดีขึ้นผมคิดว่าในปี 65 ความจำเป็นที่รัฐจะกู้เงินมากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมก็จะน้อยลงตามไปด้วยเช่นกัน” นายสุพันธุ์ กล่าว
สำหรับข้อกังวลของผู้ประกอบการคือราคาวัตถุดิบที่หลายตัวได้ปรับขึ้นแล้ว และราคาพลังงานที่สูงขึ้นเกือบเท่าตัวซึ่งกระทบทั้งต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง ปัจจัยนี้จะเป็นแรงกดดันต่อราคาสินค้าที่เป็นกลางน้ำและปลายน้ำมีโอกาสปรับขึ้นค่อนข้างสูง เช่น ปิโตรเคมี แม้ว่ารัฐขอให้ตรึงราคาก็คงทำได้เพียงระยะหนึ่งซึ่งไม่ง่ายนักต้องดูถึงต้นทุน ความต้องการและการผลิตประกอบด้วย อย่างไรก็ตามกรณีที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)จะมีการพิจารณาค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติงวดใหม่ (ม.ค.-เม.ย.65) ในเร็วๆ นี้ซึ่งหากพิจารณาต้นทุนอาจต้องปรับขึ้นจะกระทบทุกภาคส่วนจึงขอความกรุณาให้รัฐช่วยดูแลหรือตรึงราคาอีก 1 ปี เพราะเศรษฐกิจเพิ่งฟื้นต้องใช้เวลาประคอง 1-2 ปี เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการแพร่ระบาดโควิด-19 และระยะยาวควรมุ่งส่งเสริมการพึ่งพาพลังงานในประเทศเช่น พลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ผลสำรวจดัชนีฯ ต.ค.64 ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความกังวลเพิ่มขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมัน 70.3%, สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ 54.8% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 47.5% ดังนั้นข้อเสนอแนะต่อภาครัฐเดือนนี้อาทิ เร่งรัดการฉีดวัคซีนที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชนตามเกณฑ์ขั้นต่ำ โดยเฉพาะจังหวัดที่เปิดรับนักท่องเที่ยว, เร่งแก้ไขปัญหาราคาพลังงาน ราคาวัตถุดิบ และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น



